Home ข้อคิด 10 ข้อคิด พาความสุขสู่ชีวิต ต้องรีบทำก่อนจะสาย

10 ข้อคิด พาความสุขสู่ชีวิต ต้องรีบทำก่อนจะสาย

9 second read
0
0
9,138

“ขยันทำงานหนักๆเข้าไว้นะ โตขึ้นจะได้เป็นเจ้าคนนายคนและประสบความสำเร็จ” นี่คือสิ่งที่ทุกคนถูกสอนมานานหลายทศวรรษแล้ว แต่นี่เป็นหนทางสู่ความสำเร็จและความสุขจริงๆหรือ?

หลายคนเลือกที่จะเชื่อคำสอนนี้ แต่ต่อมาเมื่อตัวเองรู้ว่าหน้าที่การงานยุ่งๆไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต ก็สายเกินไปเสียแล้ว

นี่คือ 10 บทเรียนที่เราต้องจำใส่ใจก่อนจะสายเกินไป!

1. ชีวิตมันสั้น ใช้ซะ!

ชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะทนอยู่กับงานที่เราไม่รัก เจ้านายใจร้ า ย กับบริษัทไร้จิตวิญญาน หลายคนพย ายามโน้มน้าวตัวเองว่าตัวเองทนกับงานเดิมได้ตราบเท่าที่ตัวเองต้องมีเงินไว้กินไว้ใช้

งานใหม่ก็ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ แต่ความจริงก็คือ เราไม่มีวันรู้เลยว่าเราจะมีชีวิตไปอีกนานแค่ไหน เราเสียเวลากับช่วงเวลาที่ทำให้เรารู้สึกห ด หู่ สิ้นหวังเสียใจมากเกินไปแล้ว ฉะนั้นลุกออกมา

จากชีวิตแบบนี้เสียที ให้เวลาดีๆกับตัวเองบ้าง

2. รู้จักสร้างเครือข่ายบ้าง

เราอาจจะคิดว่างานเข้าสังคมรู้จักคนมากหน้าหลายตาเป็นเรื่องไม่เข้าท่าและน่าเบื่อพอๆกับการคุยกับเพื่อนร่วมงาน หรือไม่ก็คุณเกิดมาเป็นพวกเก็บตัว แต่เชื่อเถอะว่างานเข้าสังคมเป็นตัว

พลิกชีวิตให้ชีวิตเราประสบความสำเร็ได้เลย ความจริงแล้วคนที่ประสบความสำเร็จหลายๆคนมีเครือข่ายสังคม รู้จักคนมากมาย ยิ่งคุณให้เวลาทุ่มแรงกายแรงใจรู้จักเพื่อนเยอะ

ความสำเร็จอาจอยู่แค่เอื้อม

3. ไม่คุ้ม! เอาสุขภาพไปแลกกับเงินและความสำเร็จ

คนที่ผลักตัวเองสู่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จัดการเวลาให้ทั้งงานและชีวิตสมดุลกันลำบาก งานที่เยอะจัดกับความเ ค รี ย ดที่ถาโถมทำให้สุขภาพย่ำแ ย่ จะดีกว่าหรือไม่หากเรามีสุ ขภ า พที่ดี

ตั้งแต่ตั้น ไม่ต้องเอาเงินที่หาได้มารั กษ าโ ร ค ไม่มีความสำเร็จหรือเงินมากขนาดไหนที่จะมาแทนที่สุ ขภ า พที่ดีของเราได้ อย่าละเลยสุ ขภ า พ อย่าปล่อยให้ความเครี ย ดทำร้ า ยเราภายหลัง

4. ช่วงเวลาที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นในหน้าจอสี่เหลี่ยม

ในโลกที่พวกเราเชื่อมต่อกัน เราปล่อยให้หน้าจอสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ ทีวีมาบงการชีวิตของเรามากพอหรือยัง? แต่เราก็ยังไม่หยุด ยังแอบเช็คอีเมลบนมือถือ วางมันลงแล้วไปใช้ชีวิต

ไปเจอของจริงได้แล้ว

5. อย่าหยุดเรียนรู้

ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดเร็วขึ้นทุกวันๆ ถ้าคุณหยุดเรียนรู้ ไม่ช้าก็เร็วคุณถูกทิ้งท้ายแน่ๆ อย่าหยุดเรียนรู้ ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไร่ก็ตาม เชื่อเถอะสิ่งที่เราลงทุนเรียนรู้นั้นคุ้มค่า ไม่มีวันเสียใจ

ภายหลังแน่นอน

6. สนใจและลองทำสิ่งใหม่ๆ

เพราะถ้ายังยึดติดกัยสิ่งที่เรารู้และถนัดอยู่แล้ว เราจะรู้ว่าเราเก่งอยู่อย่างเดียว ฉะนั้นเราต้องหันมาสนใจหลายๆอย่างให้มากกว่านี้และเร็วกว่านี้ ไม่งั้นเราอาจะติดแหง่กอยู่กับงานที่เราไม่ชอบก็ได้

ดูอย่างคนขับแท็กซี่ที่ถูกอูเบอร์แทนที่ หรือบริการลูกค้าที่ถูกแทนที่ด้วยแชทบอทสิ

7. ไปคนเดียวไปได้ไกล แต่ไปด้วยกันไปไกลกว่า

จะทำงานใหญ่ให้สำเร็จ ต้องทำงานเป็นทีม หลายคนไม่ชอบทำงานร่วมกับคนอื่น แต่ความสามารถในการทำงานเป็นทีมได้ดีเป็นอีกกุญแจสู่ความสำเร็จ ไม่มีฝันใหญ่ไหนที่สำเร็จโดยไม่มีทีมหรอก

8. กังวลไปก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น

แต่ต้องเร่งลงมือทำถึงจะช่วยขจัดความกลัวและกังวลได้ คุณไม่บรรลุเป้าหมายหรอก ถ้ามัวแต่กลัวที่จะคิด ที่จะพูด หรือกังวลว่าใครจะคิดอย่างไรกับเรา ถ้าเราเลิกกลัวเลิกกังวลและลุกขึ้นลงมือ

ทำอะไรสักอย่าง เราก็จะรู้เองว่าไม่มีอะไรให้น่ากังวลเลย

9. ความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบ

ตราบใดที่เรายังไม่ยอมแพ้ ก็ยังไม่แพ้หรอก เราจะไม่ไม่วันเรียนรู้ หากเรายอมแพ้เมื่อล้ มเห ล ว พลิกความผิดพลาดเป็นโอกาส เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ ถ้าทำได้ เราก็พร้อมที่จะลอง

อีกครั้งไปเรื่อยๆจนกว่าเราจะสำเร็จในที่สุด

10. ความสุขก็ไม่ใช่เส้นชัยเช่นกัน

ทว่าความสุขเป็นการเดินทาง หลายคนคิดว่าถ้าตัวเองได้งานนั้น ถ้าตัวเองลดน้ำหนักได้ ถ้าเราได้คบหาดูใจกับใคร ฯลฯ ตัวเองคงมีความสุข แต่เราเลือกที่จะมีความสุขได้ ความสุขเป็นทั้งนิสัย

ทั้งทางเลือก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา ถ้าเรามีทัศนคติทีดีต่อความสุข ความสำเร็จก็มาหาเราไม่ยากเลย ฉะนั้นชีวิตที่เหลืออยู่ อย่าอยู่แค่งานที่เราถนัด อย่าหยุดเรียนรู้ หัดเรียนรู้สิ่งใหม่ให้

หลากหลาย ทำงานเป็นทีมให้เป็น ล้ มเห ล วก็เรียนรู้และลุกขึ้สู้ให้เร็ว หัดหาเพื่อนใหม่ๆในงานสังคมบ้าง อย่าทุ่มแต่งาน อยู่กับหน้าจอสี่เหลี่ยม เอาเวลาไปใช้ชีวิต รักษาสุ ขภา พให้ดี แล้ว

ความสุขก็จะอยู่กับเราทุกช่วงของชีวิต

ขอบคุณที่มา : m a r k e t i n g o o p s .

 

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

8 นิสัย ที่ทำให้เหมือนย่ำอยู่กับที่ ทำงานไปวันๆ ไม่ก้าวหน้า

1. วิจารณ์ดีเด่น ชอบออกความเห็น หลายคน เป็นประเภทวิจารณ์ดีเด่น ชอบออกความเห็น พูดอย่างเดีย…