Home ข้อคิด 15 ทักษะ ของคนเป็นหัวหน้าเก่ง..ที่เก่งทั้งงานทั้งบริหารคน

15 ทักษะ ของคนเป็นหัวหน้าเก่ง..ที่เก่งทั้งงานทั้งบริหารคน

9 second read
0
0
335

1.หัวหน้างานที่ดีต้องเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ยกตนข่มท่าน

คนที่ อ่อนน้อมถ่อมตน ใคร ๆ ก็รัก ใคร ๆ ก็เอ็นดู คนที่เป็นหัวหน้างาน เมื่อมีลูกน้องแล้วก็ต้องเป็น คนที่เข้าถึงง่าย ไม่โอ้อวดว่าเราใหญ่ เราเป็นหัวหน้างาน อีกทั้งการประพฤติตนเอง

ต่อผู้บังคับบัญชาของเรา ก็ต้องให้เกียรติท่าน เสมือนเราเล่นบทบาทของผู้ตามเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ สร้างคุณค่า แต่ไม่ใช่ประจบสอพอนะครับใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ +

พฤติกรรมที่ดีเหนือฟ้า ยังมีฟ้านะครับ การอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นสิ่งที่ควรทำต่อ คนรอบข้างทำให้เหมือนกัน ในทุก ๆ วัน แบบนี้ ย่อมได้ใจทั้งต่อผู้บังคับบัญชาเราและผู้ใต้บังคับบัญชา

และหากวันหนึ่งผู้บังคับบัญชาเรา ชื่นชมมา เราต้องให้เกียรตินั้นต่อ ลูกน้องของเรา มากกว่าตัวเราเพราะงานจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีคนปฏิบัติ ให้เครดิตต่อลูกน้อง ลูกน้องจะมีกำลังใจ

ทำงานต่อไปกลับกัน หากผู้บังคับบัญชา ตำหนิในผลงานลงมา หัวหน้างานที่ดี ต้องพร้อมรับแทน ลูกน้องและนำข้อผิดพลาดนั้นมาประชุมกับลูกน้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไปในอนาคต

สรุป

ทำดี = ให้เครดิตลูกน้อง

ทำผิดพลาด = รับหน้าแทนลูกน้องเสมอครับ

2.หัวหน้างานที่ดีต้องมีคุณธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เพื่อใช้ในการปกครองคน

คุณธรรม คือ สิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเรา หากเรามีคุณธรรมในใจเยอะ ทำสิ่งใดเราจะคิดก่อนทำ ผมฝากหัวหน้างานทุกคนให้มีคุณธรรม คือ ธรรมมะ ในการครองตนเอง เช่น

การถือศีล5 การยึดหลักพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตาและอุเบกขา) คิดดี พูดดี ทำดี มีความรู้ผิดชอบ ชั่ ว ดี มีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ฯลฯ

3.หัวหน้างานที่ดีต้องเป็นคนตรงต่อเวลา มาเช้า กลับทีหลัง

เรื่องเวลา ในการทำงาน นับว่าเป็นเรื่องวินัยของตนเองที่ต้องพึงกระทำเพราะทุกองค์กรย่อมมีเวลาเข้า เวลาออก ที่ชัดเจน โดยเฉพาะเวลาเข้า ก็ควรมาล่วงหน้าอย่างน้อยสัก 30 นาที

ก่อนเริ่มงาน เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจวางแผนในการทำงาน เพื่อนำข้อมูลมาประชุมลูกน้องก่อนเริ่มงาน จะได้เข้าใจตรงกันใครมีข้อสงสัย มีปัญหา ก็ควรกันให้เรียบร้อยก่อนเริ่มงาน

หากหัวหน้า ทำแบบนี้ได้ทุก ๆ วันรับรองปัญหาจะน้อยลง และทำให้หัวหน้ามีเวลาไปคิดเรื่องงานให้มากขึ้น ดีกว่ามานั่ง ป ว ด หั ว กับปัญหาคนในทุก ๆ วันครับ ส่วนการกลับทีหลัง

อันนี้ก็สำคัญ เพราะเรามีความรับผิดชอบ ที่สูงกว่าลูกน้อง ก่อนกลับก็ตรวจสอบความเรียบร้อยของงาน จดบันทึกข้อมูล ความผิดพลาด ความสำเร็จของงานในแต่ละวันเพื่อนำมา

ประกอบในการพูดคุยกับลูกน้องในเช้าวันถัดไป ครับ

4.หัวหน้างานที่ดีต้องรู้จักคิดในเชิงป้องกันก่อนลงมือทำ

เหรียญย่อมมี 2 ด้านให้คิด การคิดก็มี 2 ด้าน ทั้งการคิดบวก และคิดลบซึ่งการคิดบวกเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เราหมดทุกข์ แต่หากไม่อยากทุกข์ก็ต้องคิดลบ แต่ เป็นการคิดลบในเชิง ของการ

ป้องกัน วางแผน ก่อนลงมือทำหัวหน้างานที่ดี นอกจากการเปิดใจรับฟังแล้ว ก็ต้องนำมาข้อมูลมาคิด มาวางแผน ซึ่งการวางแผนก็ต้องมีการประชุมเพื่อหาข้อมูลก่อนตัดสินใจ เพราะ

หากเราไม่อยากเสียเวลาแก้ไขก็ต้องวางแผนให้รอบคอบ รอบด้าน แต่การวางแผนเยอะเกินไป ก็ทำให้เราไม่กล้าลงมือทำผมยังเชื่อเสมอ คิด วางแผน สำคัญ แต่ไม่เท่า ลงมือทำ

สำคัญกว่าแต่หาก ไม่คิด ไม่วางแผน แล้วทำอย่างเดียว แบบนี้ เสียเวลาแก้ไขนานโข ครับคิด + วางแผน + ลงมือทำ + กล้ายอมรับผลกับสิ่งที่ทำ = ประสบการณ์และเมื่อมีประสบการณ์แล้ว

เราจะเห็นทางสว่างในอนาคตครับ

5.หัวหน้างานที่ดีต้องมีความเชื่อมั่นต่อลูกน้องและเชื่อมั่นต่อปัญหาว่า ทุกปัญหาย่อมมีทางออก

ความเชื่อ นับเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะหาก รับนโยบายจากผู้บริหารมาแล้วไม่มีความเชื่อ การทำงานย่อมทำไปวัน ๆ ทำอย่างไร้เรี่ยวแรง และทำอย่าง

ไม่มีความสุขเพราะ ส ม อ ง ถูกปิดกั้นเรียบร้อย จากความเชื่อที่คิดว่า ทำไม่ได้และหากหัวหน้าท้อซะแล้ว ลูกน้องย่อมท้อตามและสุดท้าย ผลงานไม่ได้ ก็ถูกผู้บริหารตำหนิอีก

คราวนี้ไปกันใหญ่เลยครับดังนั้น ความเชื่อนับว่าเป็นสิ่งสำคัญ ที่เชื่อมทุกอย่าง แค่เราเปลี่ยนจากคำว่า ทำไม่ได้ เป็นเชื่อว่า เป็นไปได้และพร้อมคิดค้นหาวิธีการเชื่อมโยงเพื่อให้

งานบรรลุเป้าหมายหากว่าผิดพลาด ผมเชื่อว่าเราจะไม่เสียใจ เพราะทำเต็มที่และพร้อมปรับเปลี่ยนแก้ไขผู้บริหารย่อมเข้าใจเสมอ แต่อย่าผิดพลาดในเรื่องเดิม ๆ นะครับ

แบบนั้นตัวใครตัวมันครับ

6.หัวหน้างานที่ดีต้องเป็นคนที่ซื่อสัตย์สุจริตต่องานที่ทำ

ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน เป็นคำกล่าวที่ผม เห็นด้วยมาก ๆเพราะคนเราหากไม่ซื่อสัตย์แล้ว อยู่ที่ไหนก็ไม่เจริญ กลับกัน หากเราเป็นคนที่ซื่อสัตย์สุจริตอยู่ที่ไหน ใคร ๆ ก็อยาก

ร่วมงาน ดังนั้น หัวหน้างานที่ดี ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตในทุก ๆ ด้านทั้งเรื่องตนเอง เรื่องงาน เรื่องครอบครัวและเรื่องสังคม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกน้องต่อไป

7.หัวหน้างานที่ดีต้องรู้จักใช้ภาษากาย ควบคู่กับคำพูดและน้ำเสียง ในการทักทาย

การสื่อสารแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ ภาษาพูด ภาษากายและน้ำเสียงซึ่งหัวหน้างานที่ดี ควรนำทั้ง 3 แบบนั้นไปใช้พร้อม ๆ กัน เช่นหากมีลูกน้องที่อายุมากกว่า ก็ใช้การทักทาย

โดยยกมือไหว้สวัสดีเมื่อลูกน้องคนนั้นเห็น เขาจะเกรงใจเรา เนื่องจากเราให้เกียรติต่อเขาก่อน เป็นต้นหรือหากเรามีลูกน้องที่อายุน้อยกว่า การไหว้ก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะ

ประเทศไทยเราขึ้นชื่อว่า ยิ้มสวยและไหว้ สวยการรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีไทย ไม่ใช่เรื่องผิดครับ แต่คนที่เห็นเขาจะนำไปยกย่องและชื่นชม นะครับ เรื่องดี ๆ ทำไปเถอะ !!

8.หัวหน้างานที่ดีต้องรู้จักเดินเข้าหาลูกน้อง เดินตรวจสอบการทำงาน เดินหน้าแก้ไขปัญหาและพาทีมไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

การทำงาน หากหัวหน้านั่งอยู่บนหอคอยอันส่งเกียรติอย่างเดียว แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่างานนั้นเกิดปัญหาจากส่วนไหนอ วั ย ว ะ ใน ร่ า ง ก า ย ส่วนที่อยู่ต่ำที่สุด นั่นคือ ขา แต่ขาก็ทำให้

เราสามารถโยกย้ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งหากเราใช้ขาในการก้าวเดิน เสมือนทำงานย่อมต้องมีเป้าหมายครับ การย่ำอยู่กับที่ไม่สามารถขับเคลื่อนทีมงานไปสู่เป้าหมายได้ ซึ่ง

การจะไปสู่เป้าหมายได้ ก็ต้องกล้าเดิน แต่หากเดินแล้วผิดทาง ย่อมสามารถถอยหลังกลับมาตั้งหลักได้เสมอ คนเป็นหัวหน้างานต้องรู้จักเดินเข้าหาลูกน้อง รู้จักเดินดูหน้างาน สังเกต

สิ่งต่าง ๆ รอบตัว หากเจอปัญหาก็นำมาแก้ไข ไม่ปล่อยปัญหานั้นให้บานปลาย อีกทั้งยังทำให้ลูกน้องสามารถสอบถาม หรือขอคำแนะนำจากหัวหน้าได้ในทันที รู้แล้วก็เดินบ้างนะครับ จะได้แข็งแรง

9.หัวหน้างานที่ดีต้องรักในงานที่ทำ พร้อมต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคที่เข้ามา

คนที่เป็นหัวหน้างาน ต้องมีใจรักในงานที่ทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพราะหากเรารักในงานที่ทำใจเราพร้อมยืดหยัดต่อสู้ให้งานนั้นประสบความสำเร็จ ซึ่งเราย่อมต้องถ่ายทอดความคิดนี้

สู่ลูกน้องเราเพราะหากลูกน้องเรามีใจรักในงานที่ทำทุกคน เขาย่อมเข้าใจและพร้อมต่อสู้ฝ่า ฟั น ปัญหาไปด้วยกัน

10.หัวหน้างานที่ดีต้องสามารถลงมือทำให้ลูกน้องเห็นเป็นแบบอย่าง ว่าเราสามารถทำได้

หากพูดอย่างเดียว แต่ไม่ทำ ใครเขาจะเชื่อครับ เหมือนสุภาษิตที่กล่าวไว้ว่า 100 คำพูด ไม่เท่ากับ 1 การกระทำ ผมว่าจริงนะครับพูด แล้ว ทำ ย่อมทำให้ลูกน้องเห็นเป็นตัวอย่าง เช่น

หากเราเป็นคนที่มาทำงานสายเป็นนิจแบบนี้จะกล่าวตักเตือนลูกน้องที่มาสาย ก็ย่อมยากครับ ที่ลูกน้องจะเชื่อเรามันเข้าตัว แต่หากเรามาเช้าทุกวัน แบบนี้ลูกน้อง ก็คงเกรงใจและไม่

ก ล้ า ม าสาย หรือหากมาสายเราจะเรียกมาคุยเพื่อปรับพฤติกรรมลูกน้องคนนั้นก็ไม่ใช่เรื่อง ที่ตะขิดตะขวงใจ เพราะเป็นหน้าที่ของเราซึ่งลูกน้องคนนั้น คงไม่กล้าเถียง เพราะลูกพี่เป็น

ตัวอย่างที่ดีในเรื่องที่ลูกน้องทำผิดพูด + ทำ ย่อมมีคุณค่าเสมอครับ

11.หัวหน้างานที่ดีต้องหัดเป็นคนที่เปิดใจรับฟังสิ่งต่าง ๆ รอบตัว

การคิดคนเดียวย่อมได้เพียงมุมเดียว แต่หากเรายอมเปิดใจฟัง คนละเล็กละน้อย ข้อมูลในหัวเราย่อมมีมากขึ้นและนั่นย่อมทำให้เราได้ข้อมูลในการ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ก่อนตัดสินใจ

คนที่เป็นหัวหน้างานต้องกล้าเปิดใจฟังสิ่งต่าง ๆ จากคนรอบข้าง เพื่อนำมาปรับใช้ให้งานเดินหน้าต่อไป ถึงแม้บางครั้งฟังแล้วไม่ใช้ในตอนนี้แต่ใครจะรู้ว่า อนาคตอาจมีโอกาส หยิบมาใช้

ก็ย่อมเป็นไปได้ อย่างน้องการฟังก็ทำให้เรามีความรู้ที่มากหากความรู้นั้นเป็นประโยชน์ ยกเว้น ความรู้ที่ไม่เป็นประโยชน์ต้องพร้อมดีดทิ้งในทันที

12.หัวหน้างานที่ดีรู้จักคิดก่อนพูด พูดในสิ่งที่ดี สร้างสรรค์

คนทุกคนมีปาก ที่จะพูดอะไร ก็ได้ตามใจเรา แต่หากเราเป็นผู้นำแล้วนั้น การใช้ปากตามใจเราย่อมทำไม่ได้ครับเพราะหากตอนนั้นเรากำลังโมโหอยู่ แต่นำสิ่งที่ไม่ดี ไปลงกับลูกน้อง

แบบนี้ลูกน้องที่ไหนก็คงไม่อยากทำงานกับเรา จริงไหมครับ !! ดังนั้นการใช้ปาก ต้องใช้ในทางที่ดี สร้างสรรค์ ใช้ในการบอกเล่าประสบการณ์ในการแนะนำ สอนงานต่อลูกน้องหากลูกน้อง

คนนั้น ไม่สามารถทำงานนั้นได้ ใช้ในการชื่นชมลูกน้อง ขอบคุณลูกน้อง ให้กำลังใจลูกน้องและให้คำแนะนำในการปรับปรุงตนเอง เป็นต้น แบบนี้ดีกว่าเยอะครับ

13.หัวหน้างานที่ดีต้องคิดเสมือนเราเป็นเจ้าขององค์กร รู้จักทำงานเชิงรุกและมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงาน

การที่องค์กรแต่งตั้งเราขึ้นมานำคนอื่น ๆ นั้น เขาย่อมเห็นคุณค่าในตัวเรา และคาดหวังให้เราช่วยคิด วางแผนในการขับเคลื่อนคน เพื่อให้เกิดผลของงานบรรลุตามเป้าหมายขององค์กร

ดังนั้น คนที่เป็นหัวหน้างานจำต้องเข้าใจในบทบาท เข้าใจในสิ่งที่องค์กร กำลังก้าวเดิน เข้าใจวิสัยทัศน์ พันธะกิจ ขององค์กรและสามารถนำมาเป็นแผนงานที่สามารถเดินหน้าตามแผนได้ในทุก ๆ วัน

14.หน้างานที่ดีต้องรู้จักยิ้มแย้มแจ่มใสต่อหน้าลูกน้องและคนอื่น ๆ ที่ร่วมงาน

คนบางคนอาจเป็นเสือยิ้มยาก โดยพฤติกรรม แต่พฤติกรรมก็ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอหากเราเข้าใจในบทบาทของการเป็นผู้นำ เพราะการเป็นผู้นำ ต้องเป็นคนที่สามารถเข้าถึงได้

ในทุก ๆ คนทุก ๆ ระดับ ไม่มีอีโก้ ดังนั้นสิ่งที่จะลดอีโก้ตนเองได้นั้น ต้องรู้จักเป็นคนที่สดชื่น ยิ้มแย้มแจ่มใส อาจไม่ต้องถึงกับเป็นคนที่ตลก แต่ต้องทำให้ลูกน้องสบายใจ ที่จะเข้ามาพูดคุย

ปรึกษาทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวเพราะเมื่อไหร่ ที่ลูกน้องกล้าที่จะเดินเข้ามาหา ผมเชื่อว่า ปัญหาย่อมคลี่คลาย ไม่ทำให้ปัญหามีผลกระทบต่อคน ๆ นั้น ในระยะยาว ซึ่งหน้าที่ของคนเป็นหัวหน้า

ก็ต้องพร้อมแก้ไขปัญหาร่วมกันดังคำว่า มีสุข คูณ สอง แต่มีทุกข์ต้อง หาร สอง ครับ

15.หัวหน้างานที่ดีต้องมีความคิดที่ดีทั้งเรื่องงาน เรื่องคน ทั้ง ต่อหน้าและลับหลัง

เริ่มต้นจาก “หัว” นั่นคือต้องมีความคิดที่ดี ต่อคนรอบข้างและรู้จักคิดก่อนพูด ก่อนทำหากเรามีหัวที่คิดดี พูดดี ทำดี พฤติกรรมเราย่อมสะท้อนด้านดี เช่น การพูดชม หรือ ตำหนิ ก็ต้องคิดเพื่อ

ใช้คำพูดให้เหมาะสมกับคนนั้น ๆ การพูดชม ก็ควรพูดต่อหน้าลูกน้องคนอื่น ๆ เพื่อให้เขาเห็นว่า หากเราทำดี หัวหน้าพร้อมชมเชยเสมอ แต่หากเป็นการตำหนิ ก็ควรเรียกมาคุยเป็นการส่วนตัว

มากกว่าตำหนิต่อหน้าคนอื่น ๆ ให้เขาเสียหน้า เป็นต้น

ขอบคุณที่มา : d r f i s h . t r a i n i n g

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

คนที่มีความกตัญญู ต่อพ่อแม่ ทำไมมักมีสิ่งที่มองไม่เห็น คอยช่วยเสมอ

พ่อแม่ของเรา มีพระคุณเหนือกว่าขุนเขา เหนือกว่าสิ่งอื่นใดเสมอ แม้จะเอาแบกไว้ไหล่ซ้าย ขวา ทั…