Home ข้อคิด 15 คำพูด ที่ไม่ควรพูดกับหัวหน้า เพราะจะทำให้คุณดูแย่

15 คำพูด ที่ไม่ควรพูดกับหัวหน้า เพราะจะทำให้คุณดูแย่

7 second read
0
0
973

มีหลากหลายสิ่งที่เราควรเรียนรู้ในการทำงาน ไม่ว่าจะกับเพื่อนร่วมงานหรือกับหัวหน้างาน หรือแม้กระทั่งบอสใหญ่ มารยาทและวินัยในการทำงานสำคัญมากเพราะบอกได้ถึงความเป็นมืออาชีพ

และนั่นคืออีกจุดที่จะนำไปพิจารณาในการขึ้นเงินเดือน หลายสิ่งที่เราไม่ควรพูดกับเจ้านาย/หัวหน้างาน อย่าได้เผลอเชียวล่ะ บางทีคำพูดที่เราบอกตัวเองเสมอว่า “ก็เป็นคนพูดตรงๆ มีอะไร

ก็พูด” ไม่ใช่เรื่องที่ดีเสมอไป

1. งานนี้ไม่ใช่งานในความรับผิดชอบ

แม้ไม่ใช่งานในความรับผิดชอบของเราก็ตาม หากหัวหน้าสั่งงานเราก็ควรทำ เพราะสิ่งที่หัวหน้ามองอยู่นั้นอาจจะไม่ใช่เพียงแค่ให้เราทำงานนั้นๆให้เสร็จ แต่นั่นบอกไปได้ถึงการที่เราก้าวออก

จากบทบาทงานของตัวเองได้และสามารถทำในสิ่งที่เราคาดไม่ถึงได้ รวมถึงการทำให้โปรเจ็คนั้นลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งมีเราเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ หากเราปฎิเสธเสียแล้ว นั่นหมายถึงเราไม่มีความ

ยืดหยุ่นในการทำงานเอาเสียเลยแต่หากมีปัญหาไม่สามารถทำได้เนื่องจากงานล้นมืออยู่แล้ว ควรต้องคุยกับหัวหน้าด้วยเหตุผลดีๆไม่ใช่ใส่อารมณ์เมื่อได้รับมอบหมายงาน

2. ทำดีที่สุดแล้ว

ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ หากเรารู้สึกได้ถึงความผิดพลาดนั้นจริงๆไม่ว่าจะเกิดจากตัวเราเองหรือปัจจัยรอบข้าง สิ่งที่ต้องทำคือนำความผิดพลาดนั้นไปปรับปรุง แต่หากเกิด

ความเสียหายขึ้นมาแล้วไม่ควรตอบไปว่า “ทำดีที่สุดแล้ว” เพราะนั่นอาจหมายถึงคุณยังทำได้ไม่ดีพอที่จะทำให้งานลุล่วงและเป็นการปัดความรับผิดชอบทั้งหมดจากคำพูดนั้นๆ

สิ่งควรพูดคือ…ขอโอกาส และจะพยายามนำไปปรับปรุง ครั้งหน้าจะทำให้ดีกว่านี้

3. ตอนทำงานที่เก่า ทำงานกันแบบนี้

ระลึกไว้เสมอว่า งานแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน ตำแหน่งเดียวกัน แต่ลักษณะงานก็แตกต่างโดยเฉพาะวัฒนธรรมในองค์กรนั้นๆ ควรเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นำสิ่งที่เรียนรู้มาแล้วนำมาปรับใช้กับงานที่

ใหม่ให้ได้ อย่ายึดติดกับสิ่งเดิมๆที่ทำให้เราไม่ก้าวไปไหนสักที

4. ไม่ใช่ความผิดของเรา เป็นความผิดของ….

การโทษคนอื่นไม่ได้ทำให้เราดูดีหรือไม่ผิด หากทำงานเป็นทีม อย่าโทษผู้อื่น เพราะนั่นหมายถึงคุณกำลังสร้าง ศั ต รู ขึ้นในที่ทำงาน แม้จะไม่ใช่ความผิดของคุณจริงๆ คุณควรให้ผู้ที่

ทำผิดพลาดมีโอกาสได้พูดถึงความผิดนั้นด้วยตนเอง อย่าร้อนตัวจนชี้นิ้วไปยังใครคนใดคนหนึ่ง

5. ไม่สามารถทำงานร่วมกับคนๆนี้ได้

ไม่ว่าคุณจะเคมีไม่ตรงกันกับเพื่อนร่วมงานมากแค่ไหน หรือมีปัญหาส่วนตัวขัดแย้งกันอย่างมากมาย แต่การทำงานนั้นเมื่อได้รับมอบหมาย ควรพยายามที่จะทำงานร่วมกับใครก็ตามที่

หัวหน้าเห็นว่าจะทำให้งานสำเร็จหรือหากหัวหน้ารู้ปัญหานี้อยู่แล้วก็อาจจะเป็นไปได้ที่ต้องการให้เราสามารถปรับตัวเข้ากับบุคคลนั้นได้ เพราะการทำงานนั้นไม่ควรมีเรื่องส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง

6. ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี

เมื่อรู้ว่าเกิดปัญหาขึ้นในการทำงานไม่ว่าโปรเจ็คใดๆ เมื่อต้องการขอความช่วยเหลือจากหัวหน้า ควรคิดการแก้ปัญหาไปอย่างคร่าวๆและขอความเห็นมากกว่าการที่จะบอกว่าปัญหาที่

เกิดขึ้นนั้นแก้ไขไม่ได้เพราะเราไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร นั่นแสดงถึงวุฒิภาวะที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งงาน งานทุกงานย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นได้เสมอ อยู่ที่การจัดการและแก้ปัญหานั้นๆ

7. ตอนนี้ยุ่งมากเลย งานนี้ไม่เร่งใช่มั้ย

เมื่อรู้ว่าตอนนี้กำลังยุ่ง งานล้นมือจริงๆ เราสามารถถามหัวหน้าได้ถึงความสำคัญของงานใหม่ ฉะนั้นควรปรับมาทำงานชิ้นใหม่ก่อนและหยุดงานที่กำลังทำอยู่ไว้ ชั่ ว คราววิธีนี้จะทำให้หัวหน้า

รู้ว่าจริงๆแล้วงานล้นมือ แต่หากมีงานเร่งด่วนเราสามารถปรับเปลี่ยนได้ ไม่ยึดติด และหากงานที่กำลังทำค้างเอาไว้นั้นล่าช้าก็เพราะเรามีเหตุผลที่ดีพอ

8. เราทำงานได้มากกว่า…ควรได้เงินเดือนมากกว่าหรือขึ้นเงินเดือนมากกว่า

เรื่องเงินเดือนหรือขึ้นเงินเดือนเป็นพิจารณาของบริษัท เราสามารถขอขึ้นเงินเดือนได้ แต่ไม่ควรบอกว่าเราทำงานได้มากกว่าคนอื่นๆ เพราะการทำงานของแต่ละคนไม่เหมือนกันอาจ

จะรู้สึกเหมือนว่าเราทำงานได้เยอะ ทำงานได้ดี แต่นั่นคือความรู้สึกของเราเอง และเราจะทำให้เพื่อนร่วมงานมองในแง่ลบ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับเราเลย ทางที่ดีหากต้องการขอขึ้นเงินเดือน

หรือใดๆ ควรพูดเฉพาะในส่วนของตัวเอง และไม่ได้หมายความว่าการขอนั้นจะได้เสมอไป

9. เวลาไม่พอที่จะทำงานนี้ให้เสร็จได้ทันเวลา

ทุกๆคนก็คงมีงานล้นมือเหมือนกันทั้งนั้น แต่หากเรามีงานเยอะและทำไม่ทันจริงๆควรพูดคุยหรือขอความช่วยเหลือก่อนจะถึงกำหนดการส่งงาน การขอความช่วยเหลือไม่ได้หมายถึง

ประสิทธิภาพในการทำงานของเราไม่ดีพอ

แต่หมายถึงเรารู้จักการแก้ปัญหาและมีเหตุผลเพียงพอในการขอความช่วยเหลือนั้น หัวหน้างานอาจจะให้คำแนะนำถึงระบบการทำงานเพื่อให้เสร็จทันเวลา หรืออาจจะได้รับคำแนะนำ

ที่ทำให้เราจัดการปัญหาได้ดีพอ

10. งั้นขอลาออกละกัน

ไม่ว่าเจอปัญหาหรือถูกตำหนิมาอย่างไร การพูดถึงเรื่องการลาออกเหมือนเป็นการ ข่ ม ขู่ ซึ่งมักไม่ได้ผล และไม่มีใครคิดว่าการที่คุณลาออกนั้นจะทำให้บริษัทล่มสลายหากคุณแสดง

สภาวะจิตใจที่ต้องการประชดหรือ ข่ ม ขู่ ออกมา บริษัทเองก็คงไม่อยากเสี่ยงกับการที่คุณพูดอะไรไม่คิดแบบนี้ และนั่นคือการหนีปัญหาที่ชัดเจนที่สุด

11. คงจะดีถ้าไม่ต้องตอบเมล์ตอนดึก

เรื่องจริงของยุคนี้คือการที่เราทำงานผ่านมือถือ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งงานผ่านเมล์หรือแชทต่างๆ เป็นไปได้ที่เจ้านายคิดงานได้ตอนดึกและต้องการสั่งงานเอาไว้ก่อนที่จะลืม หรือมีการแก้ไข

งานในตอนดึกหากเป็นบ่อยๆจนทำให้การพักผ่อนของเราสะดุด การจะเข้าไปพูดคุยกับเจ้านายนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่น้ำเสียงในการพูดคุยนั้นควรเป็นไปอย่างราบเรียบ ไม่ใช่อารมณ์หงุดหงิด

จากการนอนไม่เพียงพอถามในสิ่งที่ควรถามเช่น “ถ้าหากไม่ได้ดูเมล์ตอนดึกๆและไม่สามารถตอบกลับได้ควรทำอย่างไร” หรือ ถ้าหากจะขออนุญาตตอบเมล์หรือแชทต่างๆในช่วงเวลา…

ได้หรือไม่หากพูดคุยด้วยเหตุผลแล้วไม่ได้ผล นั่นก็อาจจะเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เข้ากับตัวเรา ลักษณะงานบางงานนั้นอาจจะต้องการการตอบรับอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่

เราอาจจะต้องสอบถามตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์งานแล้วก็เป็นได้

12. คุณไม่ได้บอกให้เราทำงานนั้น

เป็นไปได้ที่เจ้านายจะไม่ได้สั่งงานนั้นจริงๆ แต่สิ่งที่เราควรเลี่ยงคือโทษเจ้านายโดยตรง วิธีที่ดีที่สุดคือหาทางพูดคุยและหากยังไม่ถึงกำหนดงาน อาจจะต้องคุยกันว่าทำตอนนี้พอจะเป็น

ไปได้หรือไม่แต่อย่าลืมที่จะพูดคุยเรื่องนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเดิมขึ้นในครั้งหน้า และหากเจ้านายไม่ได้สั่งงานเราจริงๆแล้วอย่ารับเอาความผิดชอบมาใส่ตน อาจจะเพียงขอโทษไปแต่อย่าโทษตัวเอง

13. เจ้านายแน่ใจแล้วหรือที่จะทำอย่างนั้น

อย่าได้…ล้ำเส้นเข้าไปสอนงานเจ้านายเด็ดขาด โดยเฉพาะพูดแล้วมีเสียงหัวเราะเบาๆด้วยแล้วยิ่งไม่ควรอย่างยิ่ง การตัดสินใจต่างๆที่เจ้านายได้ทำไปแล้วนั้นเรามีหน้าซัพพอร์ทงาน

และทำเพื่องานลุล่วงไปได้โดยดี หากงานมีปัญหาเกิดขึ้นหรือไม่เป็นอย่างที่คิดก็เพียงแค่พูดคุยเพื่อขอคำแนะนำ

14. ฟังแล้วยากจัง/ ไม่น่าจะเป็นไปได้

เมื่อยังไม่ได้เริ่มลงมือทำ อย่าคิดว่าสิ่งใดยากเกินกว่าจะจัดการปัญหาได้ ความยากของงาน คือบทพิสูจน์ของความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของเรา ยิ่งถ้าเราทำให้งานที่เป็นไปไม่ได้

ให้เป็นไปได้ เชื่อว่าเจ้านายจะให้ความไว้วางใจในตัวเรามากขึ้น แต่หากเราพูดประโยคนี้ตั้งแต่ก่อนเริ่มโปรเจค คุณอาจจะไม่ได้ทำโปรเจคนี้เลยก็เป็นได้

15. วันนี้เหนื่อยและหมดพลัง

ไม่ว่าเมื่อคืนคุณจะไป เ ม า หนักที่ไหนมา การพูดคือสิ่งที่บอกได้ว่าคุณไม่มืออาชีพ ไม่ว่าจะเหนื่อย ง่วงขนาดไหน เมื่อถึงเวลางานก็คือหน้าที่ของคุณที่จะทำให้ตัวเองมีพลังในการทำงาน

ให้เต็มที่ หากทำไม่ได้คุณมีปัญหากับระบบการจัดการในตัวเองซึ่งทำให้เป็นปัญหากับการทำงานแน่นอนหลายๆคำพูดนั้นเมื่อใส่อารมณ์ในการพูดเข้าไปด้วย เชื่อว่าจะ เ ล ว ร้ า ย กว่านี้มาก

การปีนเกลียวหรือล้ำเส้นเจ้านายไม่ดีแน่ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามบางอย่างที่สามารถเก็บคำพูดเอาไว้ได้ก็ควรทำ การทำงานนอกจากทำตามหน้าทีแล้ว ยังต้องสามารถต่อยอดงานได้และต้อง

รู้จัดอดทนอดกลั้นต่อสิ่งที่ไม่ควรพูดอีกด้วย

ขอบคุณที่มา : p o o y i n g n a k a

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

แนวคิดสำหรับคนสร้างตัว หากทำได้เกินครึ่ง..คุณก็รวยแล้ว

เชื่อว่าไม่มีใคร ที่ไม่อยากรวย แต่หนทางที่จะนำไปสู่ความร่ำรวย นั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของคำว่…