Home ข้อคิด ในโลกดิจิทัล มหาวิทยาลัย และใบปริญญาสำคัญจริงหรือ

ในโลกดิจิทัล มหาวิทยาลัย และใบปริญญาสำคัญจริงหรือ

10 second read
0
0
969

ประเทศไทย ใบปริญญายังมีความสำคัญจริงหรือ ?

ในประเทศไทยต้องยอมรับว่าใบปริญญาและการเรียนในระบบมหาวิทย าลัยยังถือว่าสำคัญ ทุกปีจะมีเด็กมัธยมปลาย / เทียบเท่า และเด็กซิ่วมากมายตบเท้าเข้าสนามแข่งขันสอบเข้า

มหาวิทยาลัย และความสำเร็จจากการสอบติดมหาวิทยาลัยยังเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ของเด็ก ๆ และเป็นภูมิใจก้อนโตสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง ทางด้านสังคม ยังคงมีความเชื่อ มีบรรทัดฐาน

ที่สังคมกำหนดไว้ว่า ในการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานในองค์กร ถ้ามีปริญญาจะมีแต้มต่อในการหางานมากกว่า จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็ก ๆ หลายคนพย ายามไขว่คว้าให้ได้เรียนในสาขา

วิชาที่ตัวเองอาจจะชอบหรือไม่ชอบ แต่ขอแค่ให้ได้สอบติดมหาวิทย าลัย เพียงเพราะต้องการใบปริญญา ไปเป็นใบเบิกทางในการหางานทำในอนาคต แต่ปัจจุบันเริ่มมีหลายคนเห็นแล้วว่า

มีคนจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงาน โดยไม่จบมหาวิทยาลัย และไม่มีแม้แต่ใบปริญญาใด ๆ

แล้วมหาวิทยาลัยล่ะ ยังจำเป็นอยู่มั้ย ?

สำหรับทัศนะของผู้เขียนมองว่า สถาบันการศึกษายังคงเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่า มีความสำคัญ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเป็นแหล่งเรียนรู้ และผลิตทรัพยกรบุคคลที่มีคุณภาพของชาติ

เพียงแต่มหาวิทย าลัยต้องเผชิญกับความท้าทายในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องของ Digital Disruption เรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่ Aging Society และการที่ต้อง Reskill

สาขาอาชีพที่เสี่ ย งตกงานตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป ในตลาดแรงงานตามการผันผวนของโลกในยุคดิจิทัล ดังนั้น สถาบันการศึกษาจะต้องปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน ให้เป็น

สถาบันการเรียนรู้ที่เน้นทักษะอาชีพโดยเฉพาะ สร้างหลักสูตรเน้นทักษะที่นำไปใช้ในการทำงานได้จริง ไม่เน้นแต่ทฤษฎี และการเรียนนี้ไม่ได้จำกัดแค่นิสิต นักศึกษา แต่คนทั่วไปที่ต้องการ

เปลี่ยนสายงานสามารถเข้ามา Reskill ตัวเองได้ โลกของมหาวิทย าลัยจึงเปิดกว้างไม่ใช่แค่โลกของเด็กวัยรุ่น หรือจุดเชื่อมต่อของวัยมัธยมกับวัยทำงาน แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ส่วนกลาง

สำหรับคนทั้งมวล

สาขาไหน จำเป็น หรือ ไม่จำเป็น ต้องใช้ปริญญา ?

ปริญญาจากมหาวิทย าลัยอาจจะสำคัญกับคนที่อยากทำงานราชการ บริษัทเอกชน หรืออาชีพที่มีกฎระเบียบในการรับสมัครอย่างชัดเจนว่าต้องมีวุฒิระดับปริญญา เพราะปริญญาเป็นสิ่งที่

การันตีว่าคนนั้นได้ศึกษาและมีความรู้ในสาขาอาชีพตามมาตรฐานการศึกษาที่กำหนดไว้ในหลักสูตร ซึ่งความรู้เหล่านั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการทำงานในสายงานนั้น งานที่จำเป็นต้องใช้

ใบปริญญาหรือวุฒิการศึกษาคือ งานที่ต้องใช้ความรู้ทักษะทางวิชาการ ใช้วิชาเฉพาะที่ต้องเรียนรู้ในศาสตร์นั้นโดยตรง ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ ถึงจะทำงานได้ เช่น ทนายความ ผู้พิพากษา

แพทย์ ทันตแพทย์ เทคนิคการแพทย์ รังสีเทคนิค พนักงานบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชี เภสัชกร นักโภชนาการ พย าบาล วิศวกร สถาปนิก หรือครู เป็นต้น งานเหล่านี้ถ้าไม่ได้เรียนมาตรงสาย

จะไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ส่วนงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้วุฒิการศึกษาคือ กลุ่มงานที่เน้นฝีมือ ผลงาน ทักษะ ประสบการณ์ ความสามารถเฉพาะตัว หรือแรงงานมากกว่าวุฒิการศึกษา

จากใบปริญญา เช่น นักร้อง นักดนตรี นักแสดง พนักงานขับรถ พ่อครัวแม่ครัว ค้าขาย เกษตรกร งานบริการ นักธุรกิจ ช่างภาพ จิตรกร ช่างศิลป์ เป็นต้น แม้จะไม่ได้จบตรงสายงาน หรืออาจ

จะไม่ได้เข้าสู่ระบบการศึกษาในมหาวิทยาลัยเลย ก็สามารถทำงานได้และประสบความสำเร็จได้

เมื่อยักษ์ใหญ่ใช้พนักงานที่ไม่จบปริญญา และไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย

ตอนนี้บริษัทชั้นนำระดับโลกอย่าง Google และ Apple เริ่มปลดแนวคิดเรื่องใบปริญญาออกจากการรับพนักงานแล้ว โดยยักษ์ใหญ่เหล่านี้พิจารณาเลือกรับพนักงานโดยดูจากทักษะ และ

ความสามารถที่ทำงานได้สำเร็จตามต้องการ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีปริญญา หรือแม้ว่าจะไม่เคยผ่านการศึกษาในมหาวิทยาลัยมาก่อนก็ตาม Tim Cook ซีอีโอ Apple ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า

พนักงานครึ่งหนึ่งที่เข้ามาทำงานของ Apple US นั้น ไม่มีใบปริญญา โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีมหาวิทย าลัยไหน ที่สอนสกิลที่ผู้บริหารมองหาได้

ปริญญาจากมหาวิทยาลัย ช่วยเพิ่มทางเลือกในการทำงาน

กว่าจะมีชื่ออยู่บนปริญญาบัตร ไม่ใช่ง่าย ๆ ต้องผ่านการศึกษา การทำกิจกรรม การสอบวัดความรู้ การทำงานกลุ่ม การฝึกงาน เมื่อบริษัทจำเป็นต้องหาคนเข้ามาทำงาน ทุกบริษัทต่างต้อง

การคนที่มีความรู้ความสามารถ เหมาะกับงานขององค์กรทั้งนั้น แต่ใครเล่าจะรู้ว่าใครคนใดมีความสามารถ มีความรู้ มีความเหมาะสมกับงานและองค์กร ในเมื่อแผนกบุคคลต้องตามหา

สิ่งเหล่านี้จากคนที่พวกเขาไม่ได้รู้จักมาก่อน การคัดกรองเบื้องต้นเพื่อดูจากสิ่งที่การันตีว่าเขาผ่านการศึกษาด้านนี้มาจริง ๆ นั่นคือ ดูจากปริญญาและมหาวิทย าลัยที่พวกเขาจบมานั่นเอง

ปริญญาจึงเป็นเหมือนตั๋วสำหรับการเข้าทำงาน ซึ่งอาจจะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มโอกาสได้งานมากกว่าคนที่ไม่มีปริญญา มีโอกาสเลือกงาน มีโอกาสต่อรองเงินเดือน โดยเฉพาะเด็กจบใหม่

ที่ยังไม่มีประสบการณ์ก็สามารถใช้วุฒิการศึกษาเป็นตัวต่อรองได้ระดับหนึ่ง ถึงแม้บางคนจะบอกว่า มันเป็นแค่กระดาษแผ่นเดียว แต่ถ้ามองในอีกมุมหนี่ง มันคือสิ่งยืนยันว่า เราได้ผ่านด่าน

สำคัญของชีวิต ด่านแห่งความมุ่งมั่น ขยัน ตั้งใจ และทุ่มเท เพื่อศึกษาหาความรู้ ยิ่งถ้าเรียนจบด้วยเกรดเฉลี่ยที่ดี เกียรตินิยม หรือมีการทำกิจกรรมควบคู่กันไปในระหว่างเรียน จะยิ่งแสดง

ให้เห็นว่า เรามีวินัย ความรับผิดชอบ มีทักษะการบริหารจัดการเวลาที่ดี หรือถ้าจบปริญญาพร้อมกับมีทักษะด้านภาษา หรือจบจากมหาวิทย าลัยต่างประเทศมา นอกจากจะเพิ่มโอกาส

ได้งานแล้ว อาจจะได้ค่าตัวเพิ่มขึ้น เพราะได้ค่าความสามารถทางภาษาเพิ่มอีกด้วย

ไม่มีปริญญา ไม่ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ประสบความสำเร็จได้ไหม?

ถ้าเราเป็นคนหนึ่งที่มีความสามารถและได้รับโอกาสที่ดี ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ เพราะบางบริษัทก็ให้ความสำคัญกับทักษะความสามารถมากกว่า รวมถึงในบางอาชีพที่ไม่จำเป็น

ต้องใช้ปริญญา อย่างการค้าขายที่ถือว่าไม่ได้จำเป็นนัก ซึ่งหลักฐานสำคัญคือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของคนสมัยก่อนที่เป็นเจ้าของกิจการใหญ่ ๆ ได้ แม้ไม่ได้เรียนสูงก็ตาม แถมยังสามารถ

จ้างคนเรียนสูง ๆ มาเป็นลูกจ้างในองค์กรอีกด้วย หรือบางสายงานอาจใช้เพียงแค่ Certificate หรือประกาศนียบัตรหลักสูตรฝึกอบรมในด้านนั้นแทน เช่น เชฟ งานไอที งานช่างเทคนิค หรือ

งานดูแลระบบต่าง ๆ นอกจากนี้ในยุคดิจิทัลทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลความรู้ได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว มีค อ ร์ สเรียนฟรีต่าง ๆ มากมายให้ได้ศึกษา ถ้าเราเป็นคนมีของ มีความรู้ ความสามารถ

และพร้อมพัฒนา เชื่อว่า หลายบริษัทจะมองข้ามปริญญาและมหาวิทยาลัยไป แล้วดูที่เนื้องานและทักษะของเรามากกว่า

แล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่าเราควรเรียนมหาวิทยาลัย หรือไม่ต้องเรียนก็ได้ ?

แม้การศึกษาจะไม่ใช่สิ่งรับประกันว่าจะต้องประสบความสำเร็จแน่ ๆ แต่การศึกษาเป็นการเปิดเส้นทางสู่ความสำเร็จทางหนึ่ง ถ้ามีโอกาสเรียนได้ หรือรักและมีความสุขในการเรียน สามารถ

นำไปต่อยอดอาชีพหรือความฝันและอนาคตของตนเองได้ เรียนไปเถิดค่ะ เรียนให้สูงที่สุดเท่าที่อยากเรียน ใบปริญญาไม่ได้เป็นแค่กระดาษแน่นอน แต่เบื้องหลังของกระดาษใบนั้น มีที่มา

มีที่ไป มีความรู้ มีเพื่อน มีครู มีประสบการณ์ มี connection และมีความภาคภูมิใจทั้งของตัวเราเอง และคนที่รักเรา แต่ถ้าบางคนพยายามแล้วแต่ก็สอบไม่ติด จงอย่าปล่อยให้ชีวิตเสียศูนย์

เพราะไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัย บางคนค้นพบตัวเอง และวางแผนเส้นทางแห่งอนาคตนั้นเรียบร้อยแล้ว จนพบ คำตอบว่า อนาคตนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย และไม่ได้เกิดได้จากใบปริญญา

ถ้ามั่นใจแบบนั้น คิดอย่างรอบคอบ รัดกุม และมีความสามารถเพียงพอที่จะประกอบอาชีพเหล่านั้นได้  โดยไม่ต้องพี่งมหาวิทยาลัยหรือใบปริญญา ถ้าชัดขนาดนั้น ไม่ต้องเรียนมหาวิทย าลัย

ให้เสียเวลาก็ได้ค่ะ ลุยเลย แล้วค่อยวัดกันที่ผลสำเร็จจากความคิดและการกระทำของเรา

บทสรุปแห่งปริญญาและมหาวิทยาลัย !

บทความนี้ ไม่มีบทสรุปค่ะ เพราะแต่ละคนย่อมมีเหตุมีผลในการออกแบบชีวิตของตนเองแตกต่างกัน เราไม่จำเป็นต้องใช้ความสำเร็จของคนอื่น มาขีดเส้นวัดความสำเร็จของเรา ทุกคนมี

เส้นทางของตนเอง เพียงแต่ขอให้ชัดเจนในคำตอบว่า เราเรียนมหาวิทย าลัยไปทำไม เรียนแล้วได้อะไร และเมื่อจบแล้วจะต่อยอดจากสิ่งที่เรียน จนกลายเป็นอนาคตของเราได้อย่างไร

ก็จัดการวางแผนชีวิตเพื่อเข้าสู่เส้นทางมหาวิทย าลัยได้เลย แต่ถ้าการเรียนในมหาวิทย าลัยไม่ใช่คำตอบ แถมตลอดเวลาที่เรียนมีแต่คำถามว่า ทำไมต้องเรียน เรียนไปไม่เห็นได้อะไรเลย

ไม่จำเป็นต้องเรียนมหาวิทยาลัยก็ได้ อาชีพนี้ไม่ได้ใช้ปริญญาเสียหน่อย เรียนรูปแบบอื่นก็ได้ ช่องทางการศึกษามีตั้งหลายแบบ ทำไมต้องเรียนมหาวิทยาลัยด้วย ถ้าแบบนั้น จบค่ะ!

เสียเวลาบ่น เสียเวลาตั้งคำถาม ที่จริง ๆ แล้วเราก็รู้คำตอบอยู่แล้วว่า มหาวิทย าลัยและปริญญาไม่ใช่คำตอบของชีวิตเรา ถ้าชัดขนานนั้น ออกแบบเส้นทางชีวิตของตนเองนอกระบบมหา

วิทย าลัยได้เลยค่ะ เส้นทางเดินอาจต่างกัน แต่ความสำเร็จเป็นของทุกคนร่วมกันได้ค่ะ

ขอบคุณที่มา : trueplookpanya /นัททยา เพ็ชรวัฒนา

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

ก่อนลาออกจากงานประจำ สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อม

เหตุผล ในการลาออกจากงาน นั้นมีหลากหลาย เช่น อยู่ในองค์กรนี้แล้วไม่มีโอกาส เติบโตเข้ากับเพื…