Home ข้อคิด เราจะกลายเป็นคนอกตัญญูไหม..ถ้าไม่มีเงินให้พ่อแม่

เราจะกลายเป็นคนอกตัญญูไหม..ถ้าไม่มีเงินให้พ่อแม่

4 second read
0
0
787

ถ้าไม่มีเงินให้พ่อแม่ เราจะกลายเป็นคนอกตัญญูไหม

เชื่อว่าประโยคข้างต้นเป็นคำถามที่ติดอยู่ในใจใครหลายคน โดยเฉพาะคนวัยเริ่มต้นทำงานในยุคที่ภาวะเศรษฐกิจซบเซา ค่าครองชีพสูงลิ่วสวนทางกับรายได้ที่เท่าเดิมหรือน้อยลง

บางคนอาจจะเอาตัวรอดเลี้ยงดูตัวเองได้สบายๆ แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องรัดเข็มขัดให้แน่นหรือใช้ชีวิตเข้าเนื้อพอสมควร ปัญหาของคนรุ่นใหม่หลายคนที่เริ่มทำงานได้ไม่นาน

ไม่เพียงแค่จัดการเงินเลี้ยงดูตัวเองให้อยู่รอดในแต่ละวัน แต่ยังต้องแบ่งให้ครอบครัวส่วนหนึ่ง ด้วยค่านิยมที่ปลูกฝังกันมายาวนานว่า ‘ให้เงินพ่อแม่ = เด็กกตัญญู’ แม้ว่าถ้าให้เงิ น

ไปแล้ว พวกเขาอาจจะใช้ชีวิตลำบากมากกว่าเดิม แต่ถ้าไม่ให้ก็อาจจะโดนสังคมมองว่าเป็น ‘เด็กอกตัญญู’ แนวคิดดังกล่าวเริ่มทำให้เราตั้งคำถามในใจว่า หากเราไม่มีเงิ นมากพอ

ที่จะให้พ่อแม่ใช้จ่ายอย่างสุขสบาย หรือเราไม่ให้เงินพวกท่านเพราะรู้สึกยังไม่พร้อมทางการเงิ น ท้ายที่สุดแล้วเราจะกลายเป็นคนไม่ดีในสายตาคนรอบตัวหรือไม่ คอลัมน์ Curiocity

ขอชวนไปหาคำตอบเหล่านี้พร้อมกัน

กตัญญูกตเวทีคืออะไร

อ้างอิงจากวารสารมานุษยวิทย าศา สน า (Journal of Religious Anthropology : JORA) อธิบายความหมายของคำว่า ‘กตัญญูกตเวที’ คือ ผู้ที่รู้ระลึกคุณของผู้มีพระคุณและทำคุณ

ประโยชน์ตอบแทน โดยความกตัญญูในสังคมไทยมักมีอยู่ 2 ลักษณะ ดังนี้

1) การทำความดีเพื่อหวังผลประโยชน์ คือการตอบแทนคนที่ช่วยเหลือเรา ซึ่งรูปแบบนี้เป็นการตั้งนิยามในสังคมไทยมาตั้งแต่อดีต สังเกตได้จากค่านิยมการมีลูกสมัยก่อนที่ว่า ‘มีลูก

เพื่อให้พวกเขาเลี้ยงดูตอนแก่’

2) การทำความดีด้วยโดยไม่หวังผลตอบแทน ลักษณะนี้สอดคล้องกับคำว่า ‘บุพการี’ ในพุท ธศ า สน า แปลว่า ผู้ทำคุณประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยไม่หวังผลประโยชน์ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมี

ภาพจำความกตัญญูกตเวทีกับรูปแบบแรกที่ต้องตอบแทนผู้ที่ช่วยเหลือเรา แน่นอนว่าการตอบแทนบุญคุณต่อผู้มีพระคุณเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ไม่ใช่การตีกรอบผูกมัดลูกว่าต้องตอบแทนด้วย

เงิ นถึงจะเป็นคนดี ซึ่งความเป็นจริงการตอบแทนสามารถทำได้หลายวิธี เช่น แบ่งเบาภาระพ่อแม่ไม่ให้พวกท่านเหนื่อยใจ อย่างการช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ในสิ่งที่เราทำได้ หรือการแสดง

ความรักต่อพวกท่าน ก็นับว่าเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีได้เช่นเดียวกัน

สวัสดิการผู้สูงอายุไทยดีไหม

จากประโยคสมัยก่อนอย่าง ‘มีลูกให้พวกเขาเลี้ยงดูตอนแก่’ หากมองอีกมุมก็น่าคิดต่อว่า ถ้าไม่มีลูก เราก็จะใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายลำบากใช่ไหม เพราะไม่มีใครเลี้ยงดูหรือพาไปรั กษ ายาม

เ จ็ บไ ข้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นหน้าที่ของ ‘สวัสดิการผู้สูงอายุ’ ที่ต้องจัดสรรบริการและเงิ นบำนาญที่ครอบคลุมการใช้ชีวิตในระยะยาว หากดูสวัสดิการผู้สูงอายุไทยที่สำคัญคือ เบี้ยยังชีพตั้งแต่

600 – 1,000 บาท/คน/เดือน หรือผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาด้านอ าหา รและเครื่องนุ่งห่มสามารถขอรับเงินช่วยเหลือไม่เกิน 3,000 บาท/คน ซึ่งขอปีละไม่เกิน 3 ครั้ง รวมถึงสิทธิด้าน

การแพทย์ สามารถเข้ารับบริการดูแลสุ ขภา พต่างๆ ผ่านช่องทางใกล้บ้าน เช่น คลินิก หรือศูนย์บริการสาธารณสุข ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์

มหาวิทยาลัย เคยทำวิจัยว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายประมาณ 4,000 – 6,000 บาท/คน/เดือน เมื่อเทียบกับเบี้ยยังชีพที่ได้รับก็นับว่าไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในทุกวัน รวมถึงปัญหา

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีเงินออมไม่พอใช้หลังเกษียณ และยังต้องพึ่งพาเงินบุตรเป็นสัดส่วนมาก ประเด็นเหล่านี้สะท้อนถึงคุณภาพของรัฐสวัสดิการไทยยังไม่มั่นคงพอที่คนจะฝากผีฝากไข้

การใช้ชีวิตในระยะยาวได้มากเท่าไหร่นัก

สวัสดิการต่างประเทศเหมือนบ้านเราไหม

อีกหนึ่งคำถามคาใจเวลาดูหนังต่างประเทศแถบยุโรป ทำไมพวกเขาไม่ค่อยพูดถึงการให้เงินพ่อแม่บ้างเลย ซึ่งก็ย้อนกลับไปที่รัฐสวัสดิการในบ้านเขา ที่จัดสรรสวัสดิการต่างๆ ครอบคลุม

ในระยะยาว จนลูกหลานไม่ต้องกังวลใจเรื่องผู้สูงอายุ เช่น ประเทศสวีเดนที่ให้เงินบำนาญเฉลี่ย 45,000 บาท/เดือน/คน รัฐบาลจัดหาที่อยู่อาศัยและคนดูแลให้หากผู้สูงอายุอยู่คนเดียว

รวมถึงครอบครัวไหนต้องดูแลคนชราที่บ้านก็มีเงินช่วยเหลือให้ทันที ประเทศเนเธอร์แลนด์ได้รับบำนาญเริ่มต้นประมาณ 25,000 บาท/คน/เดือน มีพย าบา ลดูแลส่วนบุคคลและคนดูแลบ้าน

ให้หากผู้สูงอายุไม่สามารถดูแลตนเอง รวมถึงมีบริการทางจิตวิทยาให้คำปรึกษาและคำแนะนำผู้สูงอายุอีกด้วย สำหรับบ้านเราต้องยอมรับว่า รัฐสวัสดิการในผู้สูงอายุยังไม่ครอบคลุมการใช้

ชีวิตระยะยาว ทั้งเบี้ยเลี้ยงที่ไม่พอกิน การเดินทางเข้าถึงการบริการต่างๆ ยังยากลำบาก และข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีที่เข้าถึงไม่ได้ทุกคน จึงไม่แปลกใจที่ผู้ใหญ่จะฝากความหวังให้ลูกหลาน

ช่วยเลี้ยงดูยามชรามากกว่าการพึ่งพารัฐสวัสดิการที่ไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต รวมทั้งยังสร้างความกดดันให้คนรุ่นหลังแบบไม่รู้ตัว หากไม่มีเงินให้พ่อแม่เหมือนคนอื่นก็อาจจะกลายเป็น

คนไม่ดีในสังคมไปโดยปริยาย

ขอบคุณที่มา : urbancreature

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

คนที่มีความกตัญญู ต่อพ่อแม่ ทำไมมักมีสิ่งที่มองไม่เห็น คอยช่วยเสมอ

พ่อแม่ของเรา มีพระคุณเหนือกว่าขุนเขา เหนือกว่าสิ่งอื่นใดเสมอ แม้จะเอาแบกไว้ไหล่ซ้าย ขวา ทั…