Home ข้อคิด เมื่อจำเป็นต้อง “ดุลูก” จะดุอย่างไร ไม่ให้ทำร้ายจิตใจลูก

เมื่อจำเป็นต้อง “ดุลูก” จะดุอย่างไร ไม่ให้ทำร้ายจิตใจลูก

11 second read
0
0
384

การอบรมสั่งสอนให้ลูกเป็นเด็กที่มีพฤติกรรมเหมาะสมกับการดุลูกเป็นของคู่กัน เพราะที่คุณพ่อคุณแม่ดุ ก็เพื่อให้ลูกเกิดการเรียนรู้และแก้ไข ดุเพื่อให้ลูกเข้าใจว่าไม่ควรทำความผิดซ้ำอีก

แต่การดุหรือตำหนิลูกไม่ถูกวิธี จะส่งผลให้ลูกสูญเสียความเชื่อมั่นและไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง อีกทั้งยังลดคุณภาพความสัมพันธ์ภายใน ครอบครัวอีกด้วย ดังนั้นเมื่อคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องดุ

สั่งสอนหรือตักเตือนลูกก็ต้องมีวิธีทำอย่างเหมาะสม เพื่อให้ลูกเชื่อฟัง และไม่ ทำ ร้ า ย จิ ต ใ จ และความรู้สึกของลูก

1. อย่าดุลูกขณะที่กำลังหงุดหงิด

ลูกจะ รู้ สึ ก แ ย่ กับความหงุดหงิดและอารมณ์โกรธของคุณพ่อคุณแม่ ดังนั้นหากรู้สึกหงุดหงิดควรบอกกับลูกว่า “ตอนนี้แม่หงุดหงิดมาก เดี๋ยวแม่จะไปทำอย่างอื่นก่อน หายโกรธแล้ว

แม่จะมาคุยเรื่องนี้กับหนูอีกที” นอกจากลูกจะไม่ต้องรับอารมณ์ของคุณแม่แล้ว ยังได้เรียนรู้วิธีการจัดการกับความโกรธอีกด้วย

2. ตำหนิที่การกระทำ ไม่ใช่ที่ตัวลูก

คุณพ่อคุณแม่ควรตำหนิที่การกระทำของลูก ไม่ใช่ตำหนิที่ตัวลูก ยกตัวอย่างเช่น “แม่ไม่ชอบที่ลูกแกล้งน้อง” หรือ “แม่ไม่ชอบที่ลูกพูด คำ ห ย า บ” ทำให้ลูกรับรู้ว่า การกระทำนี้คุณพ่อ

คุณแม่ไม่ชอบ ไม่ยอมรับ และจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นในทางกลับกัน หากคุณพ่อคุณแม่ตำหนิที่ตัวลูกโดยตรง ยกตัวอย่างเช่น “ทำไมเป็นเด็กเกเรแบบนี้” หรือ  “ลู ก แ ย่ มากที่พูดจาแบบนี้”

จะส่งผลให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่รักของพ่อแม่ เป็นเด็กไม่ดี ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ท้อแท้ สูญเสียความมั่นใจ และไม่อยากปรับปรุงตัวเองต่อไป

3. ไม่ดุลูกต่อหน้าคนอื่น

เพราะจะทำให้ลูกเสียหน้า ขาดความมั่นใจ รู้สึกอาย และรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่ให้เกียรติ นอกจากนี้ยังทำให้ลูกรู้สึกว่า คำสอนของคุณพ่อคุณแม่ไม่มีความหมาย เพราะลูก จะไม่เข้าใจและไม่รับฟัง

ในสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ พ ย า ย า ม สอน แม้ว่าจะเป็นคำสอนที่ดีขนาดไหนก็ตาม

4. หลังจากดุแล้ว บอกสิ่งที่อยากให้ลูกทำ

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อลูกคนโตลงมือตีน้อง แทนที่คุณพ่อคุณแม่จะบอกกับลูกว่า ห้ามตีน้อง ลองบอกทางแก้ปัญหาให้ลูก เช่น “ลูกไม่จำเป็นต้องตีน้อง ต่อไปนี้ถ้าน้องทำอะไร ให้หนูไม่พอใจ

ให้มาบอกแม่” เพราะการห้ามลูกโดยไม่บอกวิธีการแก้ปัญหา เมื่อลูกไม่พอใจน้อง ก็จะตีน้องอีก

5. รับฟังเหตุผลและถามความคิดเห็นในมุมมองของลูก

อย่ารีบตัดสินหรือตำหนิลูกโดยที่ไม่เปิดใจรับฟังคำอธิบายหรือเหตุผลของลูก เพราะจะทำให้ลูกต่อต้านและไม่อยากอธิบายอะไรให้คุณฟังอีก แต่ควรใช้วิธีพูดคุย ถามลูกว่าถ้าเกิดทำผิดซ้ำ

จะให้มีวิธีการตักเตือนหรือลงโทษอย่างไร เพื่อให้ลูกคิดถึงผลเสีย วิธีแก้ไข และรับผิดชอบในความผิดของตัวเอง

 

ขอบคุณที่มา :T h.t h e a s i a n p a r e n t

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

คนที่มีความกตัญญู ต่อพ่อแม่ ทำไมมักมีสิ่งที่มองไม่เห็น คอยช่วยเสมอ

พ่อแม่ของเรา มีพระคุณเหนือกว่าขุนเขา เหนือกว่าสิ่งอื่นใดเสมอ แม้จะเอาแบกไว้ไหล่ซ้าย ขวา ทั…