Home ข้อคิด อยากเห็นลูกได้ดีมีอนาคต พ่อแม่ต้องขี้เกียจ 3 อย่าง

อยากเห็นลูกได้ดีมีอนาคต พ่อแม่ต้องขี้เกียจ 3 อย่าง

6 second read
0
0
673

พ่อแม่หลายคน ชอบช่วยเหลือ ลูกอยู่ตลอดเวลา เพราะ กังวลว่าลูกจะทำอะไรหลายๆ อย่างได้ไม่ดีพอแต่คุณรู้ไหมว่า การทำแบบนี้จะเป็นการทำให้ลูกของคุณกลายเป็นคนอ่อ นแอที่

ไม่สามารถดูแลตัวเองได้วันนี้มีงานวิจั ย เผยว่า 3 ข้อ ที่หากแม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือมีส่วนช่วยเหลือลูกๆได้น้อยที่สุดจะส่งผลดีกับลูกมากที่สุด

1. แม่ต้องขี้เกียจขยับมือ สอนให้ลูกเรียนรู้จักพึ่งพาตนเอง

คุณแม่กุ๊ก เผยประสบการณ์ว่า เธอจะไม่เข้าไปช่วยลูกในสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้เอง เช่น เมื่อห้องนอนของกุ๊กไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยแม่จะเตือนกุ๊กว่า ควรจัดห้องอย่างไร เพื่อให้

เป็นระเบียบแต่จะไม่เข้าไปทำให้ลูกเอง เธอปล่อยให้ลูกได้ทำด้วยตัวเองช่วงเปิดภาคเรียนคุณครูขอให้นักเรียนห่อปกหนังสือเรียนเล่มใหม่ของเทอมนี้แต่กุ๊กทำไม่เป็น แม่จึงสอนกุ๊กห่อ 1 เล่ม

ก่อนเป็นตัวอย่างให้กุ๊กดูจากนั้นก็ปล่อยให้กุ๊กลองทำเองทั้งหมด กุ๊กไม่อย ากห่อเอง จึงไม่ยอมขยับมือแม่ก็ไม่สนใจเธอได้แต่ยืนอยู่ข้างๆ พร้อม ชี้นิ้วบอกให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้แต่ไม่เข้าไป

ช่วยห่อ ทำให้กุ๊กต้องนั่งห่อเองทั้งหมดแม่ของกุ๊กบอกว่า “ความจริงถ้าฉันจะเข้าไปช่วยห่อจะประหยัดเวลาได้มากแต่กุ๊กจะไม่มีวันเรียนรู้ที่ห่อ ปกหนังสือเองได้เลย ดังนั้นนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด

คือปล่อยให้กุ๊กห่อเอง แม้ว่าจะห่อไม่เรียบร้อยก็ตาม”ประสบการณ์ของครูพบว่า : “แม่ขี้เกียจ” ไม่เคยขยันหมั่นเพียร ในการช่วยเหลือลูกในการทำสิ่งต่างๆ แต่ให้ลูกทำเอง เพื่อจะได้พึ่งพา

อาศัยตัวเองช่วยเหลือตัวเองได้และไม่เฉยเมยต่อการฝึกฝน สร้างความรับผิดชอบให้กับลูก

2. แม่ต้องขี้เกียจบ่นหรือพูดมาก ให้ลูกเรียนรู้ที่จะเติมโตด้วยตนเอง

พ่อแม่หลายคนชอบสร้างความคาดหวัง ในตัวลูกมากเกินไปอย ากให้ลูกทำตามสิ่งที่ตัวเองนั้นต้องการเพราะคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับลูกแต่การทำแบบนี้จะทำให้ลูกรู้สึกอึดอัด กดดัน

และกลายเป็นไม่อย ากฟังและทำเป็นหูทวนลม ไม่ใส่ใจกับสิ่งที่แม่พูดแต่มีครอบครัวหนึ่ง ที่กลับทำตรงกันข้ามในช่วงสุดสัปดาห์ต้นเล่นเกมเป็นเวลานานมาก และไม่ทำการบ้ าน แม่จึง

ถามเขาว่า… “ลูกกะจะเล่นเกมถึงกี่โมง…?”ต้นตอบว่า : “ขอเล่นอีก 10 นาที”แม่ตอบกลับไปว่า… “โอเค ต้องรักษ าคำพูดนะ”พอผ่านไป 10 นาที แม่ก็เดินกลับมาดูอีก ต้นก็ยังคงนั่งเล่น

อยู่ที่เดิม แม่ โ ก ร ธ มากแต่ก็ต้องสงบสติอารมณ์และพูดอย่างใจเย็นว่า… “ปกติลูกเป็นคนรักษ าคำพูดไม่ใช่หรอ…?”ในตอนนั้น ต้นเริ่มรู้สึกผิด จากนั้นก็เดินไปปิดสวิทช์และรีบไปทำ

การบ้ านทันที…!!นั้นเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ แม่ของต้นเคยพูดหลายรอบเกี่ยวกับนิทานเรื่อง“การเป็นคนน่าเชื่อถือ” และ นั้นก็ทำให้ต้นค่อยซึมซับเข้าไปในจิตใจปกติแม่จะเป็นคนที่ให้

ความสำคัญเกี่ยวกับการอ่ านหนังสือ ทบทวนตำราเป็นอย่างมากจึงได้ซื้ อนิทานสร้างแรงบันดาลใจให้อ่ านมากมาย และจากนิทานเหล่านี้ทำให้ต้นเรียนรู้ที่จะนำมาใช้กับตนเอง เสริมสร้าง

การควบคุมนิสัยของตนเอง การอดทนอดกลั้น ด้านจิตตานุภาพเพื่อให้ตนเองเป็นคนที่มีคุณภาพยิ่งขึ้นประสบการณ์ของครูพบว่า : “แม่ขี้เกียจ” ไม่ขยันที่จะบ่นทั้งวันแต่ใช้เหตุผลในการ

พูดคุยเพราะเธอรู้ดีว่าลูกไม่ชอบการบ่น แต่เธอขยันในการหาวิธีในการรับมือเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกและคุณภาพที่ดีเยี่ยมให้ลูก

3. แม่ต้องขี้เกียจ ไม่เข้าไปช่วยลูกทำการบ้าน

มีคุณแม่คนหนึ่ง เล่าประสบการณ์ว่า ตนเองไม่เคยไปสอนการบ้ าน ให้ลูกชายเลยแม่จะเตือนลูกมากกว่าว่าเวลาไหนควรไปทำการบ้ านได้แล้วเมื่อทำเสร็จแล้วก็บอกแม่คำหนึ่งก็พอ

ส่วนการตรวจสอบว่าลูกชายทำถูกหรือไม่นั้นเป็นหน้าที่ของตัวเขาเองหรือให้เรียนรู้ว่าถูก หรือผิดจากที่โรงเรียน แม่มีหน้าที่แค่เซ็นชื่อเท่านั้นในตอนแรกลูกชายไม่พอใจเป็นอย่างมาก

โดยบอกว่า “แม่ของคนอื่นจะช่วยตรวจการบ้ านให้ด้วยทำไมแม่ขี้เกียจแบบนี้…?” เธอตอบลูกชายไปว่า… “ ไม่ใช่เพราะแม่ขี้เกียจหรอกนะลูกคิดดูสิ..!! หากแม่ช่วยลูกตรวจ การบ้ าน

แล้วลูกจะรู้ได้อย่างไร ว่าผิดตรงไหนบ้ างแล้วต่อไปลูกจะตรวจเองเป็นไหม…? ตอนสอบหากผิดลูกจะรู้ไหม ว่ามันผิดตรงไหนจงจำไว้นะว่าในตอนนั้นไม่มีใครสามารถมาช่วยลูกตรวจ

ข้อสอบได้ลูกจะได้ฝึกการตรวจความถูกต้อง และเรียนรู้ด้วยตัวเอง ”ในห้องเรียนลูกจะเจอ บทเรียนก่อน และ จึงจะได้ทำข้อสอบแต่… ในโลกแห่งความเป็นจริงลูกจะได้ เจอบททดสอบ

ก่อนแล้วถึงจะได้บทเรียน นี่คือสิ่งที่ลูกต้องเรียนรู้ให้ได้มากที่สุดเธอสอนให้ลูกรู้จักพึ่งตนเอง เมื่อพบเจอปัญหาก็ต้องคิดใคร่ครวญเองหากคิดไม่ออกจริงๆค่อยถามแม่หรือขอคำแนะนำ

จากแม่ได้ประสบการณ์ของครูพบว่า : “แม่ขี้เกียจ” ไม่เคยชี้นำลูกให้เรียนรู้ แต่ปล่อยให้ลูกทำอย่างอิสระและคิดอย่างอิสระ แต่เธอก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เธอยังให้ความสนใจกับลูกและใช้วิธี

การที่ชาญฉลาด เพื่อช่วยแก้ปัญหาเมื่อลูกมีปัญหามันสอนให้รู้ว่าผู้ปกครองควรที่จะปล่อยลูกของตัวเองบ้ างในเวลาที่สมควร ให้เขาได้เรียนรู้ และใช้ชีวิตของตัวเองให้เต็มที่ สิ่งที่

ตัวอย่างแม่ๆ ทั้งหลายทำนั้นมันเป็นวิธีในการปลูกฝังลูกน้อยที่ดีมาก เพื่อให้เขาสามารถเติบโตได้ด้วยตัวเองและช่วยเหลือตัวเองได้พ่อแม่ทุกคนมักจะกังวลกับลูกจนไม่กล้าปล่อยให้ลูก

ได้เรียนรู้และทำอะไรด้วยตัวเขาเองคุณควรเอาความกังวลเก็บไว้ในใจ และปล่อยให้เขาโบยบินไปด้วยวิธีของเขาเองเพื่อให้เขามีปีกที่แข็งแรงพอ และอยู่ได้ด้วยตัวเองในวันที่ไม่มีคุณ

ปกป้องถ้าอย ากให้ลูกเป็นคนใจเย็น ให้ฝึกการรอคอยถ้าอย ากให้ลูกช่วยเหลือตัวเองเป็น ให้ลูกได้ลองลงมือปฎิบัติถ้าอย ากให้ลูกพูดเพราะ และ มีมารย าท ต้องทำให้ลูกเห็นทุกวันถ้า

อย ากให้ลูกมีวินัย พ่อแม่ต้องรู้จักรักษ าคำพูดถ้าอย ากให้ลูกแก้ปัญหาได้ ให้ฝึกให้เจอปัญหาบ่อยๆถ้าอย ากให้ลูกกล้าแสดงความคิดเห็น ให้ฝึกถามเพื่อให้ลูฏกล้าแสดงความคิดเห็น

ขอบคุณที่มา : l i f e b e e p e r

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

คนที่มีความกตัญญู ต่อพ่อแม่ ทำไมมักมีสิ่งที่มองไม่เห็น คอยช่วยเสมอ

พ่อแม่ของเรา มีพระคุณเหนือกว่าขุนเขา เหนือกว่าสิ่งอื่นใดเสมอ แม้จะเอาแบกไว้ไหล่ซ้าย ขวา ทั…