Home ข้อคิด อยากเห็นลูกได้ดีมีอนาคต พ่อแม่ต้องขี้เกียจ 3 อย่าง

อยากเห็นลูกได้ดีมีอนาคต พ่อแม่ต้องขี้เกียจ 3 อย่าง

3 second read
0
0
7,073

พ่อแม่ส่วนใหญ่เคยผ่านความลำบากมาก่อน จึงไม่อยากให้ลูกต้องพบเจอกับความลำบากเหมือนตัวเองเจอมา จึงพย ายามเลี้ยงลูกให้ได้รับความสบายมากที่สุด อยากได้อะไรก็หาให้หมด

จนทำให้ลูกรู้สึกว่าไม่ต้องพย ายามอะไรก็ได้ทุกอย่างที่ต้องการมาแล้วซึ่งการเลี้ยงลูกแบบนี้ จะส่งผลในระยะยาวและกลายเป็นปัญหาให้ลูกเองเมื่อเขาโตขึ้น เขาจะไม่สามารถดูแลตัวเองได้

กลายเป็นคนไม่รู้จักความลำบาก ดังนั้นหากพ่อแม่รักลูกจริง ๆ ต้องขี้เกียจใน 3 เรื่องนี้ โดยวิจัยจากต่างประเทศได้เผยว่า 3 เรื่องต่อไป หากผู้เป็นพ่อแม่สามารถเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

น้อยที่สุด จะยิ่งส่งผลดีกับลูกมากที่สุด!

1. ขี้เกียจช่วยลูกทำงานบ้าน

คุณแม่ท่านหนึ่งได้เล่าประสบการณ์ของตัวเองว่า.. เธอไม่เคยสอนหรือช่วยทำการบ้านให้ลูกของเธอเลย แม่จะบอกลูกแค่ว่า ให้ทำการบ้านเวลาไหน ควรทำเวลาไหน แล้วก็ไล่ให้ลูกไปทำ

พอทำเสร็จก็ค่อยบอกแม่ และเธอก็จะไม่ตรวจสอบว่าลูกทำถูกต้องหรือไม่ เพราะการตรวจสอบนั้นมันเป็นหน้าที่ของลูก หรือให้รู้ว่าถูกผิดจากที่โรงเรียน คุณแม่แค่เซ็นชื่อให้เท่านั้นเองช่วงแรก ๆ

ลูกของเธอก็แสดงอาการไม่พอใจ และพูดว่า “ทำไมแม่ถึงขี้เกียจแบบนี้.. แม่คนอื่นเขาช่วยตรวจการบ้านให้ลูกกันทั้งนั้น” เธอจึงตอบลูกไปว่า “ที่แม่ไม่ตรวจการบ้านลูก ไม่ใช่เพราะแม่ขี้เกียจ

หรอกนะ แต่ลูกลองคิดดูสิ ถ้าแม่ตรวจให้ แล้วลูกจะรู้ได้ไงว่าตัวเองทำผิดตรงไหน แล้วตอนสอบเวลาลูกทำผิด จะรู้ไหมว่าผิดตรงไหน ลูกต้องฝึกตรวจความถูกต้องด้วยตัวเอง เรียนรู้ด้วยตัวเอง

เพราะในห้องสอบไม่มีใครช่วยลูกตรวจได้” จำไว้นะลูกว่า.. ตอนลูกอยู่ในโรงเรียน ลูกจะได้รับบทเรียนก่อน แล้วถึงได้ทำข้อสอบ แต่สำหรับในโลกความจริง.. ลูกจะต้องเจอบททดสอบก่อน

ถึงจะได้บทเรียนการที่เธอขี้เกียจสอนการบ้าน หรือช่วยลูกทำการบ้าน ทำให้ลูกเรียนรู้ด้วยตัวเองได้มากที่สุด ลูกจะได้รู้จักพึ่งพาตัวเอง ก่อนที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเสมอ หากคิด

ไม่ออกหรือทำไม่ได้ ค่อยมาขอคำแนะนำจากแม่ได้ ผลปรากฎว่า สำหรับพ่อแม่ที่มีนิสัยขี้เกียจตีกรอบความคิดให้ลูก แต่ปล่อยให้ลูกคิดเองอย่างอิสระ หรือทำทุกอย่างด้วยการตัดสินใจของตัวเอง

ได้อย่างอิสระ แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังให้ความสนใจลูกและคอยดูอยู่ห่าง ๆ จะทำให้ลูสามารถเผชิญกับปัญหาได้ดี เขาจะมีภูมิคุ้มกัน มีปีกที่แข็งแรงพอ และอยู่ได้ด้วยตัวเอง แม้วันหนึ่งคุณจะ

ไม่ได้อยู่ปกป้องเขาแล้วก็ตาม

2. ขี้เกียจขยับมือ สอนให้ลูกเรียนรู้จักพึ่งพาตนเอง

พ่อแม่ต้องขี้เกียจตามเก็บกวาดให้ลูกทุกอย่าง ควรปล่อยให้เขารู้จักพึ่งพาตัวเองบ้าง บางสิ่งที่ลูกสามารถทำเองได้ ไม่จำเป็นต้องยื่นมือเข้าไปช่วยทุกครั้งไป เช่น ห้องนอนลูกที่ดูไม่เป็นระเบียบ

แค่เตือนให้เขารู้ตัวว่าต้องทำ แต่ไม่ต้องไปทำให้ลูกเราควรจะเน้นไปที่การสอนให้ลูกดูแลความสะอาดบริเวณพื้นที่ส่วนรวมของบ้าน เช่น ห้องรับแขก ห้องรับประทานอ าห า ร และเมื่อลูกเห็นว่า

พื้นที่อื่นในบ้านสะอาด เขาจะรู้สึกว่า เขาต้องทำความสะอาดห้องนอนตัวเองให้สะอาดเหมือนกันผลปรากฎว่า เมื่อพ่อแม่ขี้เกียจช่วยเหลือลูกในบางเรื่อง ส่งผลให้ลูกฝึกทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง

มากขึ้น และเป็นการฝึกนิสัยพึ่งพาตัวเอง มีความรับผิดชอบต่อสิ่งรอบตัว และจะทำให้ลูกมีความรับผิดชอบต่อตัวเองมากขึ้น เมื่อเขาโตไปจะกลายเป็นคนที่สามารถรับผิดชอบได้ดี รู้จักหน้าที่ของตัวเอง

3. ขี้เกียจบ่น ให้ลูกเรียนรู้ด้วยตัวเอง

ในหลายครอบครัว คนเป็นพ่อเป็นแม่ มักจะตั้งความหวังไปที่ลูกมากจนเกินไป จนทำให้ลูกอึดอัดและกดดัน กลายเป็นไม่สนใจและไม่อยากฟังสิ่งที่เราจะพูด แต่สำหรับครอบครัวนี้ เขากลับใช้เวลา

ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ในการชวนลูกมาเล่นเกม และไม่ต้องทำการบ้านโดยคุณแม่จะถามว่า : “ลูกกะจะเล่นเกมถึงกี่โมง?” ลูกตอบ : “ขอเล่นอีก 30 นาที” แม่ตอบกลับไปว่า : “โอเค ต้องรักษาคำพูดนะ”

เมื่อถึงเวลา 30 นาที แม่เดินกลับมาดู และยังเห็นลูกเล่นเกมอยู่ คุณแม่ก็รู้สึกไม่พอใจ แต่ยังสงบอารมณ์ได้ และพูดกับลูกอย่างใจเย็นว่า “ปกติลูกเป็นคนรั ก ษ าคำพูดไม่ใช่เหรอ” เมื่อลูกได้ฟัง

คำพูดของแม่ ก็เริ่มรู้สึดผิดต่อสิ่งที่ทำ และเดินไปปิดสวิทช์ และ รีบไปทำการบ้านทันทีนี่เป็นสาเหตุมาจาก “การเป็นคนน่าเชื่อถือ” ของคุณแม่ท่านนี้ เพราะเวลาคุณแม่รับปากอะไรกับลูกไว้

เธอก็จะทำตามนั้นได้เป๊ะ ๆ ไม่เคยผิดคำพูดกับลูก เช่น จะพาลูกไปเที่ยว จะซื้อของเล่นให้ เธอก็ทำตามคำพูดได้ทุกครั้ง มันแสดงให้เห็นว่า คุณแม่ท่านนี้เป็นคนที่ให้วคมาสำคัญกับการรั ก ษ า

คำพูดเป็นอย่างมาก เมื่อรับปากอะไรไว้ ก็ต้องทำให้ได้ และสอนลูกให้รู้จักรับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเอง แล้วคำพูดก็เลยดูศักดิ์สิทธิ์ผลปรากฎว่า พ่อแม่ที่ไม่บ่นเรื่อนเปื่อย แต่ใช้วิธีปลูกฝังจิตสำนึก

ให้ลูกแทน ใช้เหตุผลในการคุยกับลูกมากกว่าอารมณ์ สอนให้ลูกรู้จักรั ก ษ าคำพูดของตัวเอง และทำตามที่พูดไว้อย่างเคร่งครัด ทำให้ลูกให้ความสำคัญกับคำพูดมาก โดยที่เราไม่ต้องไปบ่นให้

เขามากมาย เขาสามารถสำนึกและคิดได้เอง ถ้าอยากให้ลูกช่วยเหลือตัวเองเป็น ให้ลูกได้ลองลงมือปฎิบัติ ถ้าอยากให้ลูกกล้าแสดงความคิดเห็น ให้ฝึกถามเพื่อให้ลูกกล้าแสดงความคิดเห็น

ถ้าอยากให้ลูกมีวินัย พ่อแม่ต้องรู้จักรั ก ษ าคำพูด ถ้าอยากให้ลูกพูดเพราะหรือมีม า รย า ท ต้องทำให้ลูกเห็นทุกวัน

ขอบคุณที่มา : l i e k r .

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

9 วิธีวางแผนการเงิน “ของคนรวย” อายุมากแล้วก็ยังมีเงินใช้ไปตลอด

“การวางแผนการเงิน” เรื่องที่ทุกคนต้องใส่ใจ วิกฤตการณ์เศรษฐกิจ COVID-19 ครั้งนี้ทำให้เราเข้…