Home ข้อคิด หัวหน้า จะเริ่มแบบไหน.. ให้ลูกน้องยอมรับและเคารพ(อยากให้หัวหน้าควรอ่าน)

หัวหน้า จะเริ่มแบบไหน.. ให้ลูกน้องยอมรับและเคารพ(อยากให้หัวหน้าควรอ่าน)

10 second read
0
0
505

Q: ผมเพึ่งเข้ารับงานใหม่ ในตำแหน่งหัวหน้าระดับต้น ต้องคุมลูกน้อง 2-3 คน แต่ปัญหาคือ ลูกน้องไม่ชอบหน้าผมเท่าไหร่เพราะเหมือนผมเข้ามาแทนตำแหน่งที่เขาหมายตาไว้อายุผม

กับลูกน้องไม่ได้ต่างกันมาก เขาก็ไม่ค่อยเกรงใจเวลามีปัญหาเกิดขึ้น มักจะเข้าหาหัวหน้าที่ ตำแหน่งสูงกว่าผมแทน ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าผมคุมลูกน้องไม่ได้ ผมควรจะทำอย่างไร

กับสถานการณ์แบบนี้ดีครับ

A: ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นบ่อย จนกลายเป็นเรื่องธรรมดา สาเหตุที่แท้จริง คือ ลูกน้องไม่ยอมรับหัวหน้าในฐานะหัวหน้า

1. เมื่อเข้าไปคุมทีม ใหม่ๆ อย่า “กร่าง” (โอ้อวด มีอัตตา) มากเกินไปจนคนอื่นๆ ห มั่ น ไส้

ในขณะเดียวกันก็อย่า “หงอ” (กลัว ดูไม่มั่นใจ) มากเกินไปจนคนอื่นๆ ขาดความมั่นใจวางตัวธรรมดา อย่าอว ดความเก่งมากเกินไป แต่ก็อย่าถ่อมตัวจนเกินไป เดินทางสายกลาง

2. เมื่อเริ่มต้นคุมทีม จงทำให้ลูกทีม รู้สึกว่า “ตั้งแต่หัวหน้าเข้ามา ชีวิตพวกผมง่ายขึ้น”

โดยการมองหาโอกาส ที่จะช่วยเหลือสนับสนุน หรือแก้ปัญหาที่คาราคาซังมานานให้กับพวกเขา ไม่ใช่เข้ามาปุ๊บก็เริ่มจัดระเบียบ กำหนดขั้นตอนการทำงานใหม่ อย่างรัดกุมเพิ่มปริมาณ

ของรายงานเพื่อให้แน่ใจ ว่าหัวหน้ารับรู้สถานการณ์ทุกอย่าง และสามารถควบคุม (Control) ทีมงานได้อย่างอยู่หมัดเพราะหากทำแบบนี้ตั้งแต่วันแรกๆ ลูกทีมจะรู้สึกว่า “ตั้งแต่หัวหน้า

เข้ามา ชีวิตพวกผม เหนื่อยขึ้น หนักขึ้นเป็นเท่าทวี” เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไม่ต้องแปลกใจ ทำไมจึงมีการต่อต้าน

3. ลูกน้องที่ทำงานมานานกว่า ย่อมมีข้อสงสัย

ว่าเหตุใด คนที่มีอายุเท่ากัน ประสบการณ์เท่ากันแต่ทำงานในองค์กรมาน้อยกว่าจึงขึ้นมาเป็นหัวหน้าเขาได้น้อยคนที่จะมองในแง่ดี หลายคนตั้งป้อมแล้วว่า “นายเก่งมาจากไหน” จากนั้น

พิธีการ “ลองของ” ก็จะค่อยๆ เกิดขึ้นเพื่อทดสอบฝีมือของหัวหน้าใหม่ดังนั้น หากคุณมี ดีต้องเอาออกมาอวดบ้างผมพูดกับหัวหน้าใหม่ ที่มาจากภายนอกองค์กรเสมอๆ ว่า “คุณต้องรู้จัก

ปล่อยของบ้างถ้ามีของที่จะปล่อย” หัวหน้าหลายคนที่มาใหม่ จากภายนอกองค์กร “อมภูมิ”มากเกินไปจนลูกน้องหรือคนที่ทำงานด้วยชักเริ่มรู้สึกไม่แน่ใจแล้วว่า “มีภูมิ” จริงหรือเปล่าในทาง

กลับกัน ก็ต้องหาจุดพอดีให้เจอ มี ดีต้องอวดแต่ถ้าอวดมากเกินไปกลับกลายเป็น “อวดดี” ก็ทำให้เสียได้อีก

4. ต้อง “ได้ใจ” ก่อน “ได้งาน”

เมื่อเข้าไปใหม่ๆ อย่างน้อยในช่วง 1-2 เดือนแรก อย่าเพิ่งเน้นเรื่องงาน จงใช้เวลาส่วนใหญ่ พูดคุย รับฟัง และซื้อใจลูกน้องให้ได้ก่อนสำหรับคนไทยเรื่องนี้สำคัญมาก เชื่อผมว่าคุณไม่มีทาง

ได้งานหรือถ้าได้ก็ไม่ยั่งยืน หากคุณไม่ได้ใจดังนั้น ใช้เวลากับคนให้มากๆ ในระยะแรกๆ เมื่อตอบโจทย์เรื่องคนได้แล้วเดี๋ยวคนเหล่านั้นจะช่วยคุณตอบโจทย์เรื่องงานเอง

5. คุยกับหัวหน้าของคุณบ่อยๆ

ในสถานการณ์อย่างนี้ ไม่มีใครช่วยคุณได้ดีกว่า หัวหน้าโดยตรงของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากอยู่ที่นี่มานาน เขาย่อมมีบารมีแก่กล้าสามารถกำราบลูกน้องของคุณได้แน่ๆนอกจากนั้น

การพูดคุยกับหัวหน้าบ่อยๆ จะทำให้คุณรู้จักและเข้าใจ สไตล์การทำงานของหัวหน้าต่อไปคิด ทำหรือตัดสินใจอะไรจะได้ไปในทิศทาง เดียวกัน ไม่ขัดแย้งกันซึ่งหากเป็นเช่นนี้เรื่อยๆ

ลูกน้องจะเริ่มเกรงใจ เพราะไม่ว่าคุณพูดอะไร นายใหญ่ก็เห็นเหมือนคุณทุกอย่าง

6. จงให้ “เกียรติ” แต่อย่าให้ “อภิสิทธิ์”

คำสองคำนี้ คนไทยแยกไม่ค่อยออก เราใช้กันมั่วปะปนไปหมด ตัวอย่างเช่น หากเรายืนต่อคิวซื้ ออาห ารกลางวันอยู่ เจ้านายเดินมาเราอนุญาตให้ท่านแทรกแถวข้างหน้าเราเพราะคิดว่า

นั่นเป็นการให้เกียรติผู้ใหญ่แต่หลายคนอาจรู้สึกว่าอันที่จริงเป็นการ ให้อภิสิทธิ์มากกว่า “เกียรติกับอภิสิทธิ” แยกกันยากเอาเป็นว่าในการทำงาน ให้เกียรติคืออย่าเรียกเขามาหาให้เดิน

ไปหาเขาอย่าว่าเขาต่อหน้าคนอื่นให้ตำหนิเป็นการส่วนตัว อย่าสั่งงานเขาต่อหน้าคนอื่นให้สั่งเป็นการส่วนตัว เป็นต้นแต่ต้องไม่ให้อภิสิทธิคือกฎกติกาที่บังคับใช้ ต้องใช้กับทุกคน ไม่ควร

เข้มงวดกับลูกน้องที่เด็กๆ แต่ปล่อยปะละเลย ไม่พูดไม่เตือนสำหรับลูกน้องที่มีอาวุโสสูงกว่า เป็นต้นผมคิดว่าหากทำ 6 ข้อนี้อย่างสม่ำเสมอ สัก 2-3 เดือนแรกของการทำงาน สถานการณ์

น่าจะดีขึ้นอย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติคงเป็นไปได้ยากที่จะทำให้ทุกคน ยอมรับ และเห็นพ้องกับคุณทั้งหมด เอาเป็นว่า 6 เดือนแรก ถ้าได้ใจลูกน้องสักครึ่งและได้ใจ “หัวโจก” บางคน

ก็ถือว่าใช้ได้แล้วหลังจากนั้นปล่อย ให้เวลาค่อยๆ ช่วยแก้สถานการณ์ให้ดีขึ้น ขอเพียงแต่คุณยังคงทำอย่างที่ผมแนะนำ ข้างต้นอย่างสม่ำเสมอต่อไป

ขอบคุณที่มา : m g r o n l i n e

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

6 ความรักแบบผิดๆ ที่เผลอทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว (พ่อแม่ควรรู้ไว้)

“ความรัก” มีอิทธิพลต่อพัฒนาการ และการเจริญเติบโตของลูก คุณพ่อคุณแม่ทุกคนย่อมรักและต้องการม…