Home ข้อคิด หยุดพฤติกรรมเหล่านี้ ที่ทำให้เพื่อนร่วมงานเหม็นหน้าคุณ

หยุดพฤติกรรมเหล่านี้ ที่ทำให้เพื่อนร่วมงานเหม็นหน้าคุณ

12 second read
0
0
445

1. สัญญาไม่เป็นสัญญา

ใครที่รู้ตัวว่าเป็นคนเรื่อยเฉื่อย ชอบผัดวันประกันพรุ่ง หรือรับปากอะไรแล้วทำไม่ค่อยจะได้ตามนั้น ขอให้รู้ว่า คุณกำลังดิสเครดิตตัวเองลงมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะถ้าคุณ

เป็นผู้นำองค์กรด้วยแล้ว พฤติกรรมแบบนี้จะทำให้ใครๆ ต่างก็ไม่เชื่อถือคุณถ้าอย ากจะให้ทุกๆ คนยอมรับหรือเชื่อถือในตัวคุณ สิ่งพื้นฐานสุดๆ ก็คือ สัญญาอะไรไว้

ก็ต้องทำตามที่พูด เมื่อนั้นคนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน จนถึงลูกค้าก็จะเชื่อมั่นในตัวคุณ

2. โมโหร้ า ย ความฉลาดทางอารมณ์ต่ำ

ต่อให้คุณมี IQ ฉลาดระดับไอน์สไตน์ก็อาจไม่สามารถอยู่รอดในสนามธุรกิจได้ถ้าขาด EQ หรือ Emotional Quotient ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะจะช่วยให้

ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเป็นไปอย่างราบรื่นผลเสียของการมีความฉลาดทางอารมณ์ต่ำ เป็นได้ตั้งแต่การสอบตกเรื่องทักษะการสื่อส า ร ทำล า ยความน่าเชื่อถือ

ของตัวคุณเอง ทำให้คนอื่นๆ รู้สึกไม่เชื่อมั่นในตัวคุณ ไปจนถึงเป็นพิษต่อธุรกิจ ส่งผลกระทบต่อทุกคนที่คุณติดต่อด้วย

คนที่มี EQ ดีจะสามารถเข้าอกเข้าใจคนอื่น รู้ทันอารมณ์ของตัวเอง รวมถึงรับรู้ถึงอารมณ์และความต้องการของคนรอบข้างได้อย่างดี ทำให้คุณรู้วิธีที่จะสร้างแรงจูงใจ

ให้เพื่อนร่วมงานหรือพนักงานทำในสิ่งที่คุณต้องการ..ยิ่งมี EQ ดีมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสามารถสร้างทีมเวิร์กในฝันให้เกิดขึ้นได้เท่านั้น

3. ไม่รู้จักอดทนเอาเสียเลย

หนึ่งในตัวแปรที่จะส่งผลให้ธุรกิจประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวนั้น หัวใจสำคัญก็คือ การรู้ว่าตอนไหนควรจะกระโดดหรือตอนไหนควรจะตั้งหลักให้มั่นถึงแม้ว่า

ความแอ็คทีฟ กระตือรือร้นจะเป็นเรื่องดี แต่ก็ต้องรู้หรือเลือกจังหวะให้ถูกกับสถานการณ์ได้ด้วย โดยเฉพาะถ้าจะต้องตัดสินใจอะไรสักอย่าง คุณก็ควรตั้งสติ วิเคราะห์

และเข้าใจเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อตัดสินได้อย่างเหมาะสมทริคก็คือ ให้ลองถอยกลับมาตั้งหลักแล้วทบทวนอย่างรอบคอบ มีความอดทนในการพิจารณาภาพรวม

ที่ใหญ่กว่า ซึ่งถ้าคุณใจร้อนหรือด่วนตัดสินใจโดยไม่คิดให้ถี่ถ้วน ก็อาจส่งผลเสียใหญ่หลวงตามมาได้

4. มาจากดาว “ช่างแซะ”

เบื่อไหม เวลามีเพื่อนร่วมงานช่างแซะ แขวะมันซะทุกเรื่อง!แม้ว่า การจิกกัดเล็กๆ น้อยๆ อาจดูเป็นเรื่องสนุก เป็นความบันเทิงชนิดหนึ่งในออฟฟิศ แต่ถ้ามากเกินไป

หรือล้ำเส้น คุณก็อาจกลายเป็นตัวน่ารังเกียจของคนอื่นๆ ได้ถ้าคิดว่า การเหน็บแนม จิกกัด หรือสร้างเรื่องตลกจากข้อด้อยของคนอื่นจะทำให้คุณดูฉลาดแล้วล่ะก็

บอกได้เลยว่า คุณคิดผิด โดยเฉพาะคำพูดเชิงดูถูก เสียดสีให้คนอื่นดูแ ย่นั้น ขอให้เลิกเลยจะดีที่สุด!คนฉลาดๆ เขาไม่ทำกันแบบนี้ เพราะยิ่งว่าคนอื่นมากเท่าไหร่

คุณก็ดูแ ย่มากขึ้นเท่านั้นเลิกนิสัยนี้เสีย แล้วลองดูใหม่ ปฏิบัติต่อทุกคนด้วยดี มีมารย าท เคารพคนอื่น และบังคับใจตัวเองที่คันปากอย ากจะแซะคนอื่นให้ได้ เอาความ

ครีเอทีฟในการช่างแซะไปหาวิธีพูดจาให้สร้างสรรค์จะดีกว่า

5. ใจเขาใจเราคืออะไร.. ไม่รู้จัก!

สำหรับใครที่ชอบนึกดูถูก มองไม่เห็นหัวใคร หรือพูดถากถางคนอื่นบ่อยๆ จนติดเป็นนิสัย ขอบอกให้รู้เลยว่า คุณกำลังทำสิ่งที่แ ย่และน่ารังเกียจมากในความเห็น

ของคนอื่น หนำซ้ำพฤติกรรมแบบนี้ยังอาจส่งผลไปถึงการบ่อนทำล า ยองค์กรเลยก็ได้นะ!นิสัยปากเสียทำให้คุณดูเป็นคนเกรี้ยวกราดไม่น่าเข้าใกล้ ในทางกลับกัน

การรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักเข้าอกเข้าใจคนอื่นก็จะดึงดูดให้ใครๆ ก็อย ากเข้าหาคุณ เพราะมันทำให้พวกเขารู้สึกดี รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าถ้าเป็นลูกน้อง เขาจะยอม

ทำงานถวายหัวให้กับคุณ หรือถ้าเป็นลูกค้า เขาก็จะรู้สึกดีที่คุณใส่ใจ และอย ากกลับมาใช้บริการบ่อยๆ จนกลายเป็นท็อปแฟนของคุณได้อย่างไม่ย าก

6. บ้ าอำนาจขั้นสุด!

สำหรับผู้บริหาร ขอให้ทบทวนตัวเองสักหน่อยว่า.. คุณเป็นนายประเภท “ต้องทำตามที่บอกเท่านั้น” หรือไม่ ?..ถ้าใช่ ก็ขอให้รู้ไว้ตรงนี้เลยว่า คุณกำลังปล่อยพิษร้ า ย

ขั้นรุ นแ ร งแก่องค์กรเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อไหร่ที่องค์กรขับเคลื่อนด้วย “ความกลัว” ไม่ว่าจะกลัวมีความผิด กลัวถูกตำหนิ กลัวถูกหักเงินเดือน กลัวโดนประจาน

หรืออะไรก็ตามแต่ มันไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่อน โดยเฉพาะถ้าเทียบกับการขับเคลื่อนองค์กรด้วยพ ลั งบวก ที่ใครๆ ก็อย ากแสดงความคิดเห็น อย ากทดลองทำอะไรใหม่ๆ

โดยไม่ต้องกลัวว่า ถ้าทำพลาดไปแล้วจะโดนด่า ความกระตือรือร้นของพนักงานย่อมต่างกันอย่างแน่นอนแม้ว่ามันจะง่าย เวลาจะสั่งหรือคอนโทรลอะไร ๆ โดยใช้

“ความกลัว”เป็นแรงขับ แต่คุณก็ต้องแลกกับการทำให้องค์กรไม่มีชีวิต ไร้ความคิดสร้างสรรค์ ทุกคนอยู่อย่าง ห ว า ดร ะแ ว ง กลัวว่าถ้าทำผิดแล้วจะโดนดุ..องค์กร

ประเภทนี้ไม่มีทางสร้างอะไรดีๆ ขึ้นได้อย่างแน่นอน!

7. ไม่รู้จัก “ยืดหยุ่น”

การรู้จักคิดวิเคราะห์อะไรๆ ได้ด้วยตัวเอง รวมถึงการเปิดรับคำแนะนำ ติชมจากคนอื่นๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด

ได้แม้ว่าการทำตามแผนที่วางไว้จะเป็นสิ่งจำเป็นต่อธุรกิจ แต่ถ้าคุณเข้มงวดหรือเถรตรงจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความเชื่อ จนถึงการตัดสินใจใดๆ มันก็จะทำให้

“ตัวเลือก” ของคุณมีน้อยเกินกว่าจะปรับเปลี่ยนได้ทันสถานการณ์ แน่นอนว่า มันย่อมส่งผลเสียต่อธุรกิจของคุณองค์กรที่ประสบความสำเร็จในบางครั้งก็ต้องมีความยืดหยุ่น

โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ในวิ ก ฤ ติก็อาจพลิกเป็นโอกาสได้ ถ้าคุณสามารถสร้างสรรค์โซลูชั่นใหม่ๆ ขึ้นมาได้

8. หงุดหงิด ขี้บ่น

ไม่มีใครชอบคนที่มองอะไรก็เห็นแต่เรื่องแ ย่ๆ โดยเฉพาะถ้าเห็นแล้วก็มีแต่บ่น ก็จะยิ่งทำให้คนรอบข้างรู้สึกแ ย่ ไม่อย ากจะทำหรือพัฒนา แก้ไขให้อะไรๆ ดีขึ้นถ้าคุณ

มัวแต่หมดพ ลั งงานไปกับการบ่นหรือคร่ำครวญ นั่นหมายถึง คุณเอาแต่เติมพ ลั งลบให้กับตัวเอง และในขณะเดียวกัน คุณก็กำลังทำให้ไม่มีใครอย ากเข้าใกล้คุณอีกด้วย

9. มนุษย์เพอร์เฟคชั่นนิสต์ ยอมไม่ได้ ถ้าเห็นอะไรไม่เป็นอย่างที่คิด

สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่บ่นโอดโอยว่างานหนัก ลองนึงถึงหน้าบอสสุดที่รัก แล้วคิดถึงข้อดีอื่นๆ ของเขาดู ถ้าบอสของคุณไม่ใช่ประเภทบ้ าอำนาจ ต้องการ

คอนโทรลทุกสรรพสิ่งให้เป็นไปอย่างที่ใจคิด ก็ต้องบอกเลยว่า คุณยังโชคดีกว่าอีกหลายคนมากนักในทางกลับกัน คุณบอสทั้งหลาย ก็ขอให้ลองทบทวนตัวเองดูสักหน่อยว่า

คุณเป็นนายประเภทไหนคุณยอมรับได้หรือไม่ ถ้าเห็นอะไรๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด หรือไม่เพอร์เฟคต์อย่างที่ใจอย ากให้เป็น ถ้าคุณเห็นแล้วรับไม่ได้ จนถึงขั้นหงุดหงิดสุดๆ

แล้วล่ะก็..คงจะถึงเวลาที่คุณต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง ทำใจยอมรับกับอะไรๆ ที่ไม่ได้เป็นไปตามแผนดูบ้ าง

10. ใจแคบเท่าพุงมด

ในสถานการณ์ที่เกิด “ความผิดพลาด” คุณมักจะได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของใครบางคนเสมอคนบางคนก็มักจะชี้นิ้วใส่คนอื่นเวลามีอะไรผิด แล้วเขาก็มักจะมีคำตอบ

ให้กับทุกเรื่องที่สำคัญคือ เชื่อแบบผิดๆ ว่าความคิดของตัวเองถูกเสมอ และไม่ค่อยจะยอมฟังใครซึ่งมันน่าจะดีกว่า ถ้าคุณจะยอมเปิดใจรับฟังคนอื่นบ้ าง เพราะการ

ได้ถกเถียง รับฟังความเห็นกัน มันสามารถสร้างทีมเวิร์กที่ดีได้ ถึงแม้ว่า บทสรุปในตอนท้ายไอเดียของคุณจะยังเป็นทางดีที่สุดก็ตาม

11. หลงตัวเองสุดขอบโลก

ทราบหรือไม่ว่า คนที่หลงตัวเองนั้นถือเป็นภัยขั้นสุดต่อองค์กรเลยก็ว่าได้ เพราะอีโก้ที่คับอกจะทำให้คุณ “มั่น” ในตัวเองจนไม่ยอมฟังความเห็นต่างจากใครหน้าไหน

การเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ไม่เพียงทำให้เสียโอกาสที่จะได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่แล้ว คุณยังขยี้ “ใจ” ที่อย ากจะทำงานของคนอื่นๆ ลงจนป่นปี้ !..อ่ า นมาถีงตรงนี้

ถ้าใครทบทวนตัวเองแล้วคิดว่า ตรงกับตัวเองอยู่บ้ าง ก็ขอให้เลิกนิสัยเสียๆ เหล่านี้ให้ได้ ก่อนที่อะไรๆ จะแ ย่จนเกินแก้ยิ่งโดยเฉพาะผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการทั้งหลาย

อย่าคิดว่าเป็นเจ้าของแล้วจะทำอะไรก็ได้ ลองทบทวนตัวเองและเปลี่ยนเสียก่อนที่ธุรกิจพังคามือเพราะไม่ยอมเลิกพฤติกรรมแ ย่ๆ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!

ขอบคุณที่มา  : m a r k e t i n g o o p s

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

4 เรื่องที่มนุษย์เงินเดือน ต้องรีบแก้ ก่อนที่จะสายเกินแก้

1. ของมันต้องมี มีใคร ทีต้องอัพเดท แฟชั่นใหม่ๆ อัพเดทมือถือทุกปี มีสินค้าอะไรใหม่ๆไม่เคยพล…