Home ข้อคิด 8 เหตุผล ที่คนเรียนไม่เก่ง ทำไมตอนโตกลับได้ดี

8 เหตุผล ที่คนเรียนไม่เก่ง ทำไมตอนโตกลับได้ดี

13 second read
0
0
835

หากเราลองมองย้อนกลับไป ในวัยเรียนเห็นตัวเองเป็นอย่ างไรครับ ? บ้ างอาจเกเร ไม่ค่อยชอบเข้าเรียนหนีไปเล่นเกม บ้ างอาจตั้งใจเรียนเพื่อเตรียมสอบ

เข้ามหาวิทย าลัยที่ตัวเองหวังแต่เชื่อแน่ว่าเด็กตั้งใจเรียนนั่งอยู่หน้าห้องคงเป็นส่วนน้อยแน่นอน ส่วนเด็กหลังห้องแบบเราๆ แล้ว เรื่องเรียงถือเป็นปัจจัยรอง

อย่ างช่วยไม่ได้ซึ่งมีคำเฉพาะสำหรับ ใช้เรียกนักเรียนกลุ่มนี้ว่า “นักเรียนเกรด C” นี่เองเป็นเหตุผลที่ในวันนี้ เราได้หยิบ8 เหตุผลว่าทำไมเด็กเรียนไม่เก่งมัก

ประสบความสำเร็จหลังเรียนจบ มาฝากกันเราไม่ได้หมายความว่าการตั้งใจเรียนเป็นสิ่งไม่ดีนะครับ การตั้งใจเรียนถือ เป็นสิ่งดีมาก แต่เราเพียงแค่อย ากหยิบยก

อีกแง่มุมหนึ่งของคำถามที่ว่า ทำไมเด็กเรียนไม่เก่ง ถึงมักจะมีชีวิตที่ค่อนข้างดี ขัดจากคำดูถูก ที่อาจารย์ได้พร่ำบอกเขามาให้ดูก็เท่านั้นเองครับ

ตามมาดูกันเลยดีกว่า

1. พวกเขามักเป็นคนช่างฝัน

ในบรรย า กาศห้องเรียน ขณะที่เหล่าเด็กเรียน ทั้งหลายตั้งใจเรียนอยู่ นักเรียน C มักมองออกไปนอกหน้าต่าง มองดูท้องฟ้า และเมฆ และจินตนาการสิ่งต่างๆ

ไปเรื่อยเปื่อย เด็กเหล่านี้มักเป็นเด็กที่ช่างฝันชอบจินตนาการนอกกรอบ พวกเขามักจะจินตนาการ ไปถึงการทำงานในชีวิตจริง ดังนั้นเมื่อพวกเขาเรียนแล้วและ

มีอิสระ ทำให้พวกเขาทุ่มเททุกอย่ างเพื่อสร้างความฝันที่เขามักวาดไว้ให้เป็นจริงนั่นเอง

2. พวกเขามักมีเรื่องใหญ่กว่าที่ต้องกังวล

น่าแปลกที่มีผลการยืนยัน ที่น่าสนใจว่า หากเราตั้งใจเรียนมากเกินไป จะทำให้เราไม่มีเวลาคิดถึงอนาคตอย่ างจริงจังนี่เองเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้นักเรียน C

มักประสบความสำเร็จ ในชีวิตหลังการเรียนจบ เพราะเด็กเหล่านี้คอยเฝ้ารอและคิดมาตลอดถึงชีวิต หลังการเรียนจบ ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตที่แท้จริง

3. พวกเขาไม่ยอมเป็นผู้ติดตามใคร

พวกเขามักไม่ค่อย ชอบเดินตามเส้นทางของใคร โดยเด็กเหล่านี้ไม่เชื่อว่าการที่ชีวิตของพวกเขาต้องไปคอยเดินตามบุคคล ที่คนอื่นต่างคิดว่าเป็นแบบแผน

จะเป็นหนทางที่ถูกต้อง อีกทั้งพวกเขายังไม่ชอบให้ใครมาบอกว่าพวกเขาต้องใช้ชีวิตอย่ างไร เพราะนักเรียน C จะมีวิธีการดำเนินชีวิตในแบบของพวกเขาเอง

4. พวกเขารู้วิธีจะยกระดับความสามารถของผู้อื่น

ในขณะที่เหล่าบรรดา เด็กเรียนกำลังตั้งใจเรียน และเคร่งเครี ย ด กับการสอบเหล่านักเรียน C ใช้เวลาเหล่านั้นไปกับการสร้าง ”กองทัพ” ของพวกเขาเองโดย

เขาจะใช้เวลา ในช่วงเวลานี้ในการสร้างคอนเน็คชั่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะพวกเขารู้ว่า ชีวิตหลังการเรียนจบเจ้าตัวความสัมพันธ์ ระหว่างบุคคลอื่น

นี้แหละที่จะเป็นใบเบิกทางให้เขาสามารถมีลู่ทางต่างๆ ได้

5. พวกเขาตั้งคำถามเกี่ยวกับระบบการศึกษา

นักเรียน C จะไม่ค่อยเชื่อมั่น ในระบบการศึกษาที่ตีกรอบอยู่ภายในห้องเรียน พวกเขาเชื่อในการเรียนรู้ที่อยู่ภายนอกมากกว่า เพราะรู้ว่าการเรียนรู้สามารถเกิดขึ้น

ได้ในทุกสถานการณ์อีกทั้งยังไม่กลัวที่จะท้าทายตัวเองแม้การท้าทายไปสู่หนทางนั้นอาจอึดอัด จากการค้านสายตาของบุคคลอื่น แต่ นักเรียน C รู้ว่ามันก็อึดอัด

น้อยกว่าที่จะต้องเดินไปในหนทางที่ผิดพลาดและไม่ใช่ตัวเอง

6. พวกเขามักไม่พย า ย ามประจบประแจงผู้บังคับบัญชา

นักเรียน C มักไม่เคยมีพฤติก รรม ประจบประแจงหรือคอยเอาใจอาจารย์ของพวกเขา พวกเขาจะเคารพรักครูของพวกเขา แต่จะไม่ได้ต้องทำตาม หรือเชื่อใน

ทุกสิ่งที่ครูของพวกเขาพูด เพราะเด็กเหล่านี้ไม่เชื่อว่าการที่ทำทุกสิ่งตามที่ครูสั่งจะเป็นหนทางเดียวที่ จะนำพาเขาไปสู่ความสำเร็จในการดำเนินชีวิตในอนาคต

โดยพวกเขามักมีความคิดว่าความก้าวหน้าในอนาคตคือสิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องสร้างขึ้นเอง

7. พวกเขามีคำจำกัดความของคำว่า ”ความสำเร็จ” เป็นของตัวเอง

นักเรียน C มักรู้ว่าความสำเร็จ ของพวกเขาไม่ได้มาจากการที่ได้เกรดเอในห้องเรียน เพราะเด็กเหล่านี้รู้ว่าความสำเร็จ มักเกิดมาจากการสั่งสม ประสบการณ์ที่เกิด

ขึ้นภายนอกมากกว่า และพวกเขาไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่ างไร เพราะพวกเขามีหนทาง ที่เขาได้เลือกไว้ในใจอยู่แล้ว

8. พวกเขามักจะเรียนรู้โดยตรงมากกว่า

นักเรียน C มีความคิดว่า การที่หากจะต้องเรียนรู้ อะไรสักเรื่องหนึ่งการที่พาตัวเองไปเรียนรู้กับมัน “โดยตรง”ถือเป็นสิ่งสำคัญ นี่เองเป็นเหตุผลว่าเมื่อเด็กเหล่านี้

สนใจอะไรพวกเขาก็จะทุ่มเทตัวเขาต่อการเรียนรู้สิ่งนั้นสุดตัวอีกทั้งพวกเขามักกำหนดทิศทาง การเรียนรู้ในแบบของพวกเขาเอง โดยไม่ต้องการคำตอบสูตร

สำเร็จจากผู้อื่นแต่พวกเขาจะมีวิธีการเรียนรู้ในแบบของตัวเองอ่ าน แล้วเป็นอย่ างไร กันบ้ างครับ มีใครเป็น “นักเรียน C” กันบ้ างรึเปล่าครับผม เชื่อว่าคงมีอีก

หลายคนที่จบการศึกษามาแล้วตอนนี้ และกำลังพย า ย ามสุดวิถีทางในการไล่ล่าความฝันให้เป็นจริงอยู่เราเชื่อเหลือเกินว่าความทุ่มเทถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ที่จะช่วยให้คุณไปถึงฝั่งฝันได้ ดังนั้นอย่ าท้อครับ จงสู้ไปเพื่อความฝันเพราะเมื่อไหร่ที่เราหยุดแล้วล้มเหลว นั่นคือวิธีเดียวที่จะยอมให้คำพูดของเหล่าครูบาอาจารย์ที่เคยดูถูกไว้เป็นจริงแบบนั้นเราจะยอมเหรอครับ

ขอบคุณที่มา : u n l o c k m e n

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

12 สัญญาณเตือนว่า ทำไมเราควรมีเงินเก็บสำรองได้แล้วนะ

1.ใครทำงานแบงค์ รีบมองหางานใหม่ก่อนที่จะถูกปลดเพราะระบบใหม่ของธนาคารเน้นใช้แอพมากกว่าการที…