Home ข้อคิด 5 ความคิด ที่มักทำให้..ความสัมพันธภาพของครอบครัว “เกิดรอยร้าว”

5 ความคิด ที่มักทำให้..ความสัมพันธภาพของครอบครัว “เกิดรอยร้าว”

1 second read
0
0
296

ความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ยิ่งเป็นความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวด้วยแล้ว ก็ยิ่งต้องดูแลและประคับประคองให้ดี แต่ถึงแม้ว่าเราจะดูแลความสัมพันธ์ได้ดีแค่ไหน

แน่นอนว่าก็ต้องมีบ้างที่บางความคิดทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวเกิดรอยร้าว เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าความคิดเหล่านั้นจะมีอะไรบ้าง คิดว่าเรื่องเงินคือสิ่งสำคัญที่สุด แน่นอนว่าเงิน

ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต แต่ว่าเงินก็ไม่ใช่ทุกอย่าง เพราะเงินไม่สามารถซื้อความอบอุ่นหรือความรักระหว่างคนในครอบครัวได้ คงมีไม่น้อยที่พย าย ามทำงานหนัก เพื่อหาเงิน

มาเลี้ยงดูครอบครัวแต่ไม่มีเวลามาอยู่กับลูกหรือคนที่รัก เพราะคิดว่าสามารถใช้เงินทดแทนเวลาที่หายไปได้ แต่จริงๆ แล้ว “เงิน” ไม่ใช่พ่อแม่หรือสามีภรรย าที่ดีนักหรอกค่ะ คนทุกคน

ล้วนต้องการความเอาใจใส่จากคนที่รักด้วยกันทั้งนั้น

คิดว่าเรื่องเงินคือสิ่งสำคัญที่สุด

แน่นอนว่าเงินถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต แต่ว่าเงินก็ไม่ใช่ทุกอย่าง เพราะเงินไม่สามารถซื้อความอบอุ่นหรือความรักระหว่างคนในครอบครัวได้ คงมีไม่น้อยที่พย าย ามทำงานหนัก

เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวแต่ไม่มีเวลามาอยู่กับลูกหรือคนที่รัก เพราะคิดว่าสามารถใช้เงินทดแทนเวลาที่หายไปได้ แต่จริงๆ แล้ว “เงิน” ไม่ใช่พ่อแม่หรือสามีภรรย าที่ดีนักหรอกค่ะ

คนทุกคนล้วนต้องการความเอาใจใส่จากคนที่รักด้วยกันทั้งนั้น

คิดว่าคนในครอบครัวคือคนกันเองจะทำยังไงก็ได้

ความเคยชินอาจทำให้เรามองข้ามความสำคัญของคนที่อยู่ข้างๆ ตัวเรา การคิดว่าคนในครอบครัวเป็นคนกันเองแล้วเราจะทำตัวไม่น่ารัก พูดจาทำร้ า ยจิตใจ ไม่ใส่ใจ ไม่สนใจกันอาจเป็นเรื่องที่

ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวเกิดความขัดแย้งได้ สงสัยไหมว่า ทำไมเราถึงถนอมน้ำใจคนอื่น มากกว่าคนในครอบครัว ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว คนในครอบครัวหรือคนใกล้ตัว คือคนที่เราต้อง

ให้ความสำคัญ ใส่ใจในความรู้สึก ถนอมน้ำใจกันให้มากที่สุดแท้ๆ

คิดว่าตัวเองทำเพื่อครอบครัวอยู่คนเดียว

ครอบครัวคือสิ่งที่คนสองคนพย าย ามสร้างขึ้นมาให้กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียว เปลี่ยนจากคำว่า “เธอ” และ “ฉัน” เป็นคำว่า “เรา” ซึ่งจะต้องใช้การร่วมแรงร่วมใจของคนสองคน ไม่ใช่ใคร

คนใดคนหนึ่ง แต่ถ้าหากมีใครคนหนึ่งกำลังเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นเป็นการพย าย ามทำเพื่อครอบครัวอยู่ฝ่ายเดียวอาจเป็นเพราะว่าในบางทีเราอาจจะรู้สึกเหนื่อยเกินไป จนมองข้าม

ว่าอีกฝ่ายก็กำลังทำหน้าที่ที่แตกต่างเพื่อครอบครัวอยู่เช่นกัน ดังนั้นก็ควรที่จะต้องหันหน้าเข้ามาคุยกันถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นว่าเป็นเพราะอะไร ต้องคุยกันโดยที่ห้ามใช้อารมณ์

โทษอีกฝ่ายหรือโทษตัวเองเด็ดขาด เพราะการใช้อารมณ์มีแต่จะทำล า ยความรู้สึกของกันและกัน

คิดว่าเรื่องของคนในครอบครัวไม่สำคัญ

การเอาใจใส่กันคือเรื่องสำคัญมากๆ ในการดูแลความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวทั้งพ่อแม่และลูก อย่ามองว่าปัญหาของคนในครอบครัวคือเรื่องของใครของมัน จริงอยู่ว่าเราคงไม่สามารถแก้

ปัญหาให้กับทุกคนได้ แต่ก็ไม่ควรให้คนที่เรารักเผชิญหน้ากับปัญหาคนเดียว ควรให้กำลังใจและถามไถ่ความเป็นไปของแต่ละคนในครอบครัว แต่ก็ไม่ควรมากเกินไปจนเหมือนกลายเป็นการจับผิดกัน

คิดว่าไม่จำเป็นต้องพูดเวลาไม่เข้าใจกัน

เวลาที่คนสองคนเข้าใจผิดหรือเข้าใจไม่ตรงกันหากไม่ทะเลาะก็คงจะใช้ความเงียบเข้ามาควบคุมสถานการณ์ ซึ่งการเงียบก่อนก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะจะทำให้แต่ละคนสงบสติอารมณ์และใจเย็นมากขึ้น

แต่การเงียบตลอดก็มีผลเสียเหมือนกัน เพราะปัญหาหรือความเข้าใจผิดนั้นจะไม่ถูกแก้ไข แต่กลับกลายเป็นการซุกปัญหาไว้ใต้พรม ดังนั้นจริงๆ แล้วเมื่อคนเราไม่เข้าใจกันก็ควรที่จะหันหน้า

คุยกันมากกว่าเงียบใส่กัน แต่ว่าต้องเลือกใช้คำพูดที่คิดถึงใจอีกฝ่ายให้มากๆ อย่าให้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผล และการประชดประชันไม่ใช่คำพูดที่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเลยสักนิด

ขอบคุณที่มา : parentsone . com

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

12 สัญญาณเตือนว่า ทำไมเราควรมีเงินเก็บสำรองได้แล้วนะ

1.ใครทำงานแบงค์ รีบมองหางานใหม่ก่อนที่จะถูกปลดเพราะระบบใหม่ของธนาคารเน้นใช้แอพมากกว่าการที…