Home ข้อคิด 10 แนวคิดแบบคนรวย เพิ่มฐานะให้ดีขึ้น เป็นเศรษฐีในอนาคต

10 แนวคิดแบบคนรวย เพิ่มฐานะให้ดีขึ้น เป็นเศรษฐีในอนาคต

4 second read
0
0
939

ผมได้อ่ า นหนังสือเล่มเล็ก ๆ เล่มหนึ่ง เรื่องความแตกต่างที่โดดเด่น 10 ข้อ ระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลาง และเห็นว่ามันมีความเป็นจริงอยู่พอสมควรจากการสังเกต

ของผม ดังนั้นจึงขอนำมาเผยแพร่เพื่อที่ว่าเราจะได้รู้ว่าเราอยู่ในด้านไหน ของสังคมและจะต้องทำอย่างไรเพื่อที่ว่าเราจะได้ย้ายจากการมีแนวโน้ม ที่จะเป็นคนชั้นกลาง

สู่การเป็นคนรวยความแตกต่าง

ข้อแรกก็คือ คนรวยยอมรับการเปลี่ยนแปลง

คนชั้นกลางต่อต้านการเปลี่ยนแปลง คนชั้นกลางรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงจะคุกคามชีวิตความเป็นอยู่ ที่ตนเองเคยชินในขณะที่คนรวยนั้นคิดว่าการเปลี่ยนแปลงอาจนำมา

ซึ่งชีวิตที่ดีกว่า เขาคิดว่าในการเปลี่ยนแปลงนั้นมักมีโอกาสที่เขาอาจจะฉกฉวยได้ เบื้องหลังนิสัยนี้อาจจะมาจากการที่คนรวยมีความมั่นใจสูงกว่า คนชั้นกลางที่มักจะ

กลัวว่าตนเองจะไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งใหม่ๆได้

ข้อสอง – เศรษฐีนั้นคิดย าว

แต่คนชั้นกลาง คิ ดสั้ น ว่าที่จริงคนที่ คิ ดสั้ น ที่สุดก็คือคนจน พวกเขามักจะคิดอะไรแบบวันต่อวันทำนองหาเช้ากินค่ำ คนชั้นกลางนั้นมักจะคิดเป็นเดือนต่อเดือน นั่นคือ

คิดถึงวันเงินเดือนออก แต่คนรวยจะต้องคิดย าวเป็นปีๆ หรือเป็นสิบๆ ปี ในใจของคนจนนั้น เขามักคิดแต่เฉพาะเรื่องของความอยู่รอดเป็นหลักในขณะที่คนชั้นกลางคิดถึง

เรื่องความสุขสบายจากการจับจ่ายใช้สอยสินค้า ส่วนคนรวยนั้น เป้าหมายของพวกเขาชัดเจน เขาต้องการความเป็นอิสระทางการเงินการคิดย าวนั้นมีพ ลั งมหาศาล เพราะ

มันจะทำให้เขาอดออมและ ล ง ทุ น ระยะย าวซึ่งจะทำให้เงินงอกเงยแบบทบต้นเป็นเวลานาน และนี่คือสูตรสำคัญที่สุดในการที่จะทำให้คนมั่งคั่ง

ข้อสาม- คนรวยพูดเกี่ยวกับเรื่องไอเดีย

คนชั้นกลางพูดเกี่ยวกับสิ่งของ และคนจนพูดถึงเรื่องของคนอื่น นี่คงไม่ได้หมายถึงว่าคนรวยไม่พูดเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งของ หรือคนอื่นแต่หมายถึงว่าคนรวยจะพูดถึง

เรื่องของคนอื่นน้อยกว่าคนจนและมักจะเป็นคนที่มีแนวความคิดดีๆ หรือมีมุมมองต่างๆ มากกว่าคนชั้นกลางและคนจน เบื้องหลังของนิสัยในเรื่องนี้คงอยู่ที่ว่าคนรวยนั้น

มักจะมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าคนจนซึ่งมักจะชอบ “ซุบซิบนิ นท า” เป็นนิจสิน ในขณะที่คนชั้นกลางอาจจะเน้นการทำงานประจำ ชอบพูดถึงเรื่องรถยนต์ ดนตรี

การพักผ่ อ นหย่อนใจ เป็นต้น

ข้อสี่-คนรวยเรียนรู้และเติบโตตลอดชีวิต

คนชั้นกลางคิดว่าการเรียนรู้จบที่โรงเรียน นิสัยการเรียนรู้ไปเรื่อยๆ นี้ ผมคิดว่าเป็นหัวใจเศรษฐีจริงๆ เพราะในความรู้สึกของผมเองการเรียนรู้จากโรงเรียนเป็นเพียงพื้นฐาน

ที่เรานำมาศึกษาต่อด้วยตนเองได้ และเวลาหลังจากการเรียนในโรงเรียนนั้น ย าวมากเป็นหลายสิบปี ดังนั้น ความรู้ส่วนใหญ่จึงควรที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่เราเรียนจบจาก

โรงเรียนโดยนัยของข้อนี้ คนรวยจึงน่าจะมีนิสัยรักการอ่ า นหรือการหาความรู้ต่อไปเรื่อยๆ ในขณะที่คนชั้นกลางนั้น พอเรียนจบก็มักจะไม่สนใจอ่ า นหนังสือหรือหาความรู้

ใหม่ๆและความรู้ที่ผมคิดว่าคนชั้นกลางพลาดไปเพราะไม่มีการสอนในโรงเรียนก็คือ ความรู้ทางด้านการเงินที่คนรวยมักจะศึกษาต่อเพราะเห็นถึงความสำคัญและ

อาจนำไปสู่ความร่ำรวยได้

 ข้อห้า-คนรวยเน้นการเพิ่มขึ้นของความมั่งคั่งของตนเอง

คนชั้นกลางเน้นการเพิ่มของเงินเดือน เป้าหมายของคนรวยนั้นอยู่ที่ว่าตนเองมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน โดยมองที่ภาพรวม ดังนั้นถ้าเขามีหุ้นอยู่ การที่หุ้น

มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเขาก็มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นโดยที่เขาไม่ต้องเสียภาษี แต่คนชั้นกลางพย าย ามทำงานเพื่อให้มีเงินเดือนสูงขึ้นแต่เขาอาจจะลืมไปว่าเขาจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นด้วย

สรุปก็คือ คนรวยเน้นการ ล ง ทุ น ใช้เงินทำงานแทนตนเอง คนชั้นกลางเน้นการใช้แรงงานของตนเอง

 ข้อหก-คนรวยกล้ารับความเ สี่ ย งที่ได้มีการพิจารณาและไตร่ตรองดีแล้ว

คนชั้นกลางกลัวที่จะรับความเ สี่ ย ง นี่เป็นนิสัยที่เป็นจุดอ่อนมากที่สุดของคนชั้นกลางในความเห็นของผม คนที่ไม่ยอมรับความเ สี่ ย งเลยนั้นจะพลาดที่จะได้ผลตอบแทนที่ดี

โดยสิ้นเชิง ในขณะที่คนที่กล้ารับความเ สี่ ย งอย่างที่ได้มีการศึกษามาเป็นอย่างดีจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้โดยที่ความเ สี่ ย งจริงๆนั้นจะมีน้อยมาก ตัวอย่างที่เห็น

ชัดเจนที่สุด ก็คือ คนชั้นกลางส่วนใหญ่นั้นมักจะกลัวการ ล ง ทุ น ในหุ้นหรือตราส า รการเงินที่มีความผันผวนของราคาโดยที่เขาไม่พย าย ามศึกษาว่าในระยะย าวแล้วมันอาจ

จะมีความคุ้มค่ากว่าการฝากเงินในธนาคารมากในอีกมุมหนึ่ง คนที่กล้ารับความเ สี่ ย งอย่าง “บ้ าบิ่น” เช่นคนที่เล่นหุ้นวันต่อวันเองก็ไม่ใช่นิสัยของคนรวย คนรวยนั้นจะต้องรับ

ความเ สี่ ย งเฉพาะที่มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว

ข้อเจ็ด-คนรวยมีแหล่งรายได้หลากหลาย

คนชั้นกลางมีเพียงหนึ่งหรือสองแหล่ง ข้อนี้ก็เช่นกัน ผมเองไม่แน่ใจว่าคนรวยมีรายได้จากหลายแหล่งเพราะรวยแล้วจึงไป ล ง ทุ น ในทรัพย์สินหลายๆอย่างหรือมีทรัพย์สิน

หลายอย่างจึงทำให้รวย แต่ที่ผมเห็นชัดเจนก็คือ คนชั้นกลางนั้น มักไม่ ล ง ทุ น ในทรัพย์สินที่มีความเ สี่ ย งทำให้รายได้มักจะมาจากเงินเดือนเป็นหลัก

 ข้อแปด-คนรวยทำงานเพื่อหากำไร

คนชั้นกลางทำงานเพื่อจะได้ค่าจ้าง คนรวยมองว่านี่คือหนทางที่จะทำให้รวยได้มากกว่าแม้ว่าจะมีความเ สี่ ย ง ในขณะที่คนชั้นกลางนั้นมักจะไม่กล้าเ สี่ ย งและอาจจะมี

ความคิสร้างสรรค์น้อยกว่า จึงมุ่งไปที่การหางานที่จะมีรายได้แน่นอน แต่รายได้จากการใช้แรงงานของตนเองนั้น มีน้อยคนที่จะทำให้ตนเองรวยได้

 ข้อเก้า-คนรวยเชื่อว่าพวกเขาจะต้องใจบุญสุนทาน

คนชั้นกลางคิดว่าพวกเขาไม่มีปัญญาที่จะทำบุญ ข้อนี้ผมเองคงไม่มีคอมเม้นท์อะไร ส่วนหนึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจเนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องของแต่ละคนที่ไม่ค่อยบอกหรือ

รู้กันยกเว้นกรณีที่เป็นการบ ริ จ า คใหญ่ๆ อย่างกรณีของบัฟเฟตต์หรือบิลเกต

สุดท้าย ข้อสิบ –

คนรวยชอบตั้งคำถามที่เป็นบวกและสร้างกำลังใจ เช่น ฉันจะสร้างรายได้เป็นเท่าตัวในปีนี้ได้อย่างไร? ในขณะที่คนชั้นกลางชอบตั้งคำถามที่เป็นลบและเสียกำลังใจ

เช่น จะหาเงินมาจ่ายหนี้ค่าบั ต ร เ ค ร ดิ ตเดือนนี้ได้อย่างไร?

และนั่นก็คือ ความแตกต่าง 10 ข้อระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลางที่มีคนตั้งข้อสังเกตไว้ ซึ่งผมเชื่อว่าส่วนใหญ่น่าจะเป็นจริง แน่นอน คนรวยบางคนก็มีคุณสมบัติที่เป็นแบบคน

ชั้นกลางและคนชั้นกลางจำนวนมากก็มีนิสัยแบบคนรวย แต่ถ้าเราอย ากรวย ผมคิดว่า การยึดนิสัยแบบคนรวยน่าจะทำให้เรามีโอกาสมากกว่า

ขอบคุณที่มา : ด ร.นิ เ ว ศ น์ เ ห ม ว ชิ ร ว ร า ก า ร

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

12 สัญญาณเตือนว่า ทำไมเราควรมีเงินเก็บสำรองได้แล้วนะ

1.ใครทำงานแบงค์ รีบมองหางานใหม่ก่อนที่จะถูกปลดเพราะระบบใหม่ของธนาคารเน้นใช้แอพมากกว่าการที…