Home ข้อคิด 10 กลยุทธ์สร้างภาวะผู้นำ ให้ลูกน้องศรัทธา และเชื่อฟัง

10 กลยุทธ์สร้างภาวะผู้นำ ให้ลูกน้องศรัทธา และเชื่อฟัง

10 second read
0
0
303

1.มีภาวะผู้นำใช้ใจก่อนอำนาจที่มี

คิดง่าย ๆ ครับ เราอย ากได้สิ่งใดก็ควรให้สิ่งนั้น ก่อนผู้อื่นเสมอ คนที่เป็นผู้นำที่ดีต้องรู้จักใช้อำนาจในทางที่ดีมากกว่าใช้อำนาจในทางที่ไม่ได้ทำให้คนอื่นเสียหาย เสียหน้า เสียใจ

เสียความรู้สึก จากสิ่งที่ผู้นำกระทำ ทว่า หากใช้ใจนำ เป็นกันเองต่อคนรอบข้างแต่ก็พร้อมจริงจังกับการทำงาน เมื่อถึงเวลาทำงานใครทำดีก็ชื่นชม ใครทำผิดก็ไม่นิ่งเฉยปล่อยวาง

แต่รู้จักใช้คำพูดในเชิงบวกเปิดใจรับฟังข้อคิดเห็นของลูกน้องนั่นล่ะครับ ผู้นำที่มีภาวะผู้นำ

2.มอบหมายงานด้วยคำพูดที่สุภาพ

การมอบหมายงาน นั้นมี 2 แบบ คือ ผ่านทางคำพูด และผ่านทางลายลักษณ์อักษร ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ ควรทำไปด้วยกันโดยเฉพาะคำพูดที่ผู้นำต้องรู้จักมีสติในการมอบหมายงาน

ใช้คำพูดในเชิงที่สร้างสรรค์ มีคำอธิบายที่ชัดเจนและรู้จักยิ้มแย้ม แจ่มใส ถึงแม้สิ่งที่เจอจะมีแต่ปัญหาให้ขบคิด แต่เมื่อมีสติทางสว่างย่อมรออยู่ข้างหน้าครับ

3.ผิดรู้จักยอมรับและขอโทษเป็น

การทำงานในแต่ละวัน ย่อมมีโอกาส ตัดสินใจผิดพลาดและหากความผิดพลาดนั้นเกิดจากผู้นำ ควรกล้ายอมรับและขอโทษคงไม่ใช่เรื่องแปลกครับดีกว่าฝืนดันทุรัง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผิด

การขอโทษเป็นสิ่งที่อย่างน้อย ทำให้ลูกน้องเห็นว่า ถึงแม้จะเป็นผู้นำก็รู้จักพูดขอโทษเป็น และใช้บทเรียน แห่งความผิดพลาด นั้นเป็นเครื่องเตือนสติในการลงมือทำในครั้งต่อไปครับ

4.รู้จักใช้คนให้เหมาะสมกับงานที่ทำ

การเลือกใช้ลูกน้อง ให้เหมาะ กับงานที่ทำถือว่าเป็นการสร้างแรงจูงใจที่ทำให้ลูกน้องมีความสุขกับงานที่ต้องทำในแต่ละวันซึ่งความสุขผมเชื่อ ว่ามีความสำคัญมาก ๆ ครับ เพราะ

หากมีความสุขในสิ่งที่ทำ ผลลัพธ์ย่อมดีตามแน่นอน ทว่า หากไร้ซึ่งความสุขผลลัพธ์ย่อมออกมาตรงกันข้ามครับดังนั้น ผู้นำควรหมั่นสังเกต ซึ่งที่ลูกน้องทำและวิเคราะห์ งานให้ออก

มอบหมายงานให้ถูกคนจริตของคน โดยใช้หลักการ DISC ซึ่งเป็นหลักการ อ่ า น ใจคนย่อมช่วยได้แน่นอนครับ

5.พร้อมให้เกียรติลูกน้องอยู่เสมอ

การเป็นผู้นำ ไม่จำเป็นต้องเล่น อยู่ข้างหน้า เสมอไป ทว่าควรผลักดันให้ลูกน้องมีโอกาสเติบโตในการทำงานโดยผู้นำทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง เป็นเบื้องหลังในการทำงาน

ก็ย่อมได้ ซึ่งการเป็นเบื้องหลังจะทำให้เห็นการทำงานในภาพรวมมากกว่าเล่นอยู่ข้างหน้า ซึ่งหากมอบหมายให้ลูกน้อง ได้พัฒนาการทำงานอยู่บ่อย ๆผู้นำก็จะมีขุนพลไว้

คอยทำงานต่าง ๆ ได้มากขึ้นครับ

6.ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย มีสัมมาคาราวะ เป็นกันเอง

การเป็นผู้นำ บางคนเป็นผู้นำ จากประสบการณ์ ที่ทำงานมานาน บางคนเป็นผู้นำเพราะมีความเก่งในงานซึ่งการเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใด ๆ ก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญของการ

เป็นผู้นำ นั่นคือ การให้เกียรติทุกๆ คน ที่ร่วมกันไม่ว่าจะเป็นทีมตัวเอง และรวมถึงทีมอื่น ๆ ที่ต้องประสานงานกัน ดังนั้น การมีสัมมาคาราวะต่อคนอื่นนับ เป็นสิ่งที่สำคัญและถือว่า

เป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้ตามปฏิบัติตาม โดยเฉพาะการรู้จักทักทายผู้อื่นผ่านการยกมือไหว้คนที่ อาวุโสกว่าการยิ้มแย้มแจ่มใสไม่บึ้งตึงต่อคนรอบข้าง สิ่งเหล่านี้ย่อมทำให้การ

ประสานงานเป็นไปอย่างราบรื่นครับ

7.รู้จักสร้างบรรย ากาศที่ดีในการทำงานร่วมกัน

ความสุขเกิดขึ้นได้ ถ้ามี บรรย ากาศที่ดีในห้องทำงาน ซึ่งผู้นำควรหมั่นสร้างวัฒนธรรมในแผนกให้เกิดความปรองดอง รักใคร่กลมเกลียวไม่มีการแบ่งพรรค แบ่งพวก ในที่ทำงาน

โดยผู้นำก็ต้องรู้จักสื่อส ารกับทุก ๆ คนอย่างท่าเทียง ไม่เลือกที่รักมักที่ชังโดยอาจสร้างกิจกรรมภายใน เพื่อสร้างสรรค์บรรย ากาศให้สนุกในการทำงานปราศจากอารมณ์เชิงลบ

ในที่ทำงาน ย่อมทำให้เกิดสุขภ าพจิตที่ดี เบิกบานอย ากมาทำงานในทุก ๆ วันหรือหากวันไหนงานติดพันไม่เสร็จ ก็สามารถอยู่ช่วยเหลือกันได้อย่างเสร็จสมบูรณ์

8.รู้จักให้เกียรติไปร่วมงานส่วนตัวของลูกน้องบ้ าง

การเป็นผู้นำ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินในการเลี้ยงดูลูกน้อง ในแต่ละวัน แต่ก็ควรมีน้ำใจต่อลูกน้องหากเป็นงานส่วนตัวที่ลูกน้องเรียนเชิญให้เกียรติไปร่วมงานเช่น การบวช งานแต่ง

งาน ศ พ เป็นต้น ซึ่งในฐานะผู้นำก็ควรให้ความสำคัญ เพื่อแสดงความมีน้ำใจต่อลูกน้อง เพราะการให้ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเมื่อให้ก่อน ย่อมมีโอกาสได้รับสิ่งดี ๆ อยู่เสมอครับ

9.รู้จัก ก ร ะ ตุ้ น สร้างแรงบันดาลใจต่อลูกน้อง

การทำงานย่อมต้อง มีการประเมิน ติดตามผลของการทำงานซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ทว่า ผู้นำหลายๆ คน กลับไม่กล้าให้ F e e d b a c k ต่อลูกน้องเพราะกลัวลูกน้องจะไม่รักไม่ชอบ

โดยเฉพาะหากผลงานของลูกน้องท่านนั้นไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น ผู้นำต้องเปลี่ยนความคิดก่อนโดยมองเรื่องของงานเป็นหลักใครทำดีชื่นชม สร้างความท้าทายในงานที่ทำ

ส่วนใครทำงานผิดพลาดบ่อย ๆ ก็ต้องเรียกมาคุยเป็นการส่วนตัวและให้คำชี้แนะ สอนงานในสิ่งที่ยังผิดพลาด โดยมีความเชื่อว่า คนทุกคนถึงแม้จะเรียนรู้ไม่เท่ากันแต่ย่อมพัฒนาได้

ถ้าเปิดใจ ซึ่งผู้นำต้องใช้หลัก จิ ต วิ ท ย า ก ร ะ ตุ้ น เน้นย้ำ สร้างแรงบันดาลใจอยู่บ่อย ๆ ย่อมทำให้ลูกน้องที่ยังผิดพลาดรู้จักปรับเปลี่ยนตนเองจนทำให้การทำงานดีขึ้นแน่นอนครับ

10.พัฒนาตนเองอยู่เสมอ ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว

การสอนคนอื่น เป็นสิ่งที่ไม่ง่ายครับ โดยเฉพาะ การสอนคนอื่นโดยปราศจากการกระทำเพื่อเป็นแบบอย่างให้ลูกน้องเห็นในทุก ๆ วันซึ่งคนที่เป็นผู้นำควรใช้หลักการสื่อส า รที่

ประกอบไปด้วย 3 ส่วนนั่นคือ

การกระทำ = 55 %

น้ำเสียง 38 %

คำพูด 7 %

ในการพัฒนาตนเอง ก่อนพัฒนาลูกน้องเพราะหากเราสนใจที่ลูกน้องก่อน ลูกน้องย่อมขาดความเชื่อถือจากสิ่งที่เราทำ ทว่า หากเราทำให้เห็นเป็นตัวอย่างในทุก ๆ วันทั้งเรื่องงาน

และเรื่องส่วนตัวย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดของลูกน้องได้อย่างง่ายดาย เช่น หากอย ากสอนให้ลูกน้องมาเช้า ตรงต่อเวลา หรือมาก่อนเวลาอย่างน้อย 30 นาทีผู้นำก็ควร

ทำให้ลูกน้องเห็นจนชินตา แบบนี้การสอนย่อมเป็นเรื่องง่าย และไม่ต้องพูดเยอะ ใช้การกระทำเป็นสื่อในการสอน แต่จะใช้การกระทำอย่างเดียวก็คงไม่ได้นะครับควรต้องบอกผ่าน

คำพูด ด้วยน้ำเสียงที่ดี เป็นกันเองเพื่อเป็นการเน้นย้ำเตือนสติกันบ้ างเพราะคนส่วนใหญ่ต้องมีการ ก ร ะ ตุ้ น ในช่วงแรกจนเกิดการเปลี่ยนแปลงดังนั้นหน้าที่การ ก ร ะ ตุ้ น ก็คงไม่พ้น

ผู้นำ ที่ต้องแสดงให้ดูในทุก ๆ วันครับการเป็นผู้นำทีมีภาวะผู้นำ ไม่ใช่เรื่องย ากอีกต่อไปหากเราเปิดใจ ใช้ใจก่อนอำนาจรับฟังเสียงของทุก ๆ คนและพร้อมเป็นตัวอย่างที่ดีในทุก ๆ เรื่อง

ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เพื่อเปลี่ยนแปลงแนวคิดให้เป็นบวกในการพัฒนาตนเองพัฒนาการทำงานและสร้างวิสัยทัศน์ของการเป็นผู้นำ แบบนี้ย่อมได้ใจลูกน้องให้เชื่อ

ชอบและทำตามแน่นอนครับ

ขอบคุณที่มา : d r f i s h

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

12 สัญญาณเตือนว่า ทำไมเราควรมีเงินเก็บสำรองได้แล้วนะ

1.ใครทำงานแบงค์ รีบมองหางานใหม่ก่อนที่จะถูกปลดเพราะระบบใหม่ของธนาคารเน้นใช้แอพมากกว่าการที…