Home ข้อคิด เรียนจบ ต้องให้ได้งานทำก่อน ไม่ตรงวุฒิไม่ใช่เรื่องสำคัญ

เรียนจบ ต้องให้ได้งานทำก่อน ไม่ตรงวุฒิไม่ใช่เรื่องสำคัญ

2 second read
0
0
1,400

ตอนที่ยังเป็นเด็กนักเรียน หลายคนต่างเชื่อเสมอ ว่าถ้าได้ตั้งใจเรียน สอบติดคณะที่ใช่ ยิ่งมีโอกาส ได้งานที่ดี เงินเดือนที่ดี และยิ่งเป็นอาชีพที่ใครก็รู้จักเช่น ข้าราชการ, วิศวกร, นักธุรกิจ

ยิ่งน่าภูมิใจไปใหญ่ เพราะนอกจากเงินเดือน ที่ได้เพียงมีพอ ที่จะจุนเจือ ดูแลครอบครัวได้ มีสวัสดิการรองรับให้สุขสบาย ยังเป็นอาชีพที่ถือว่า “มีหน้ามีตา” ใครก็ต้อนรับกันหมดแต่ในโลก

ของความเป็นจริงแล้ว อาชีพที่ “มีหน้ามีตา” ในสังคม ไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอไป และในแต่ละอาชีพ เขาก็มีการกำหนดอัตรารับสมัครแต่ละปีที่ค่อนข้างจำกัดน่ะสิ“แล้วจะเรียนไปทำไม

ถ้าสุดท้าย ก็ได้งานที่ไม่ตรงสาย งานที่น้อยคนจะรู้จัก เงินเดือนที่ไม่ได้มากมายอะไร ”คำถามนี้จะได้คำตอบที่ทำให้กลุ้มใจมากเลย เพราะมันเต็มไปด้วยความคาดหวังที่คิดว่า “เรามีทาง

เลือกอยู่ไม่กี่อย่างในชีวิต”แต่ถ้าลองเปลี่ยนเป็นความคิด “ฉันทำงานอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะตรงสาย หรือไม่ก็ตาม” มันอาจดูประโยคแพ้ ในสายตาบางคน แต่ถ้าคิดดูแล้ว มันได้ความสบายใจ

เยอะกว่าการตั้งคำถามแบบแรกเพราะความเป็นจริงของชีวิตคือ

1. มนุษย์ทุกคนมีความสามารถในตัวเอง “แตกต่าง” กันไปเราไม่จำเป็นต้องเก่งเหมือนกันหมด

2. แม้แต่ในคนเดียวกัน ยังมีความสามารถที่หลากหลาย เช่น เป็น ห ม อ แต่ก็เล่นดนตรีเก่ง ทำ อ า ห า ร เก่ง เป็นศิลปินแต่ก็คำนวณเก่ง ขับรถเก่ง ในครั้งหนึ่งที่เราไม่เห็นประโยชน์ว่าจะใช้

อะไรได้จริง พอโตขึ้นอีกหน่อย มันก็ต้องมีบ้ าง ที่เรานึกอะไรขึ้นมา จนต้องไปหา อ่ า น ปัดฝุ่นตำราอีกครั้ งทุกความรู้ที่เราได้รับ ไม่เคยสูญเปล่า แค่เรามองไม่เห็นค่ามันเอง ลองนึกดูให้ดีสิ

3. สิ่งที่เราเรียนมาเป็นสิบ เป็นร้อย กว่าวิชา มันคือ “การหล่อหลอม”หลายวิชาไม่ได้สอนเราทางตรง แต่ให้เราค่อยๆ ซึมซับข้อดีแต่อย่างไปเอง เช่น ฝึกความอดทน, ฝึกความประณีต,

ฝึกทักษะการเข้าสังคม

4. สิ่งที่เรา “เก่ง” ไม่จำเป็นต้องออกมาในรูปแบบวิชาชีพ เช่น ห ม อ, วิศวกร, พ ย า บ า ล มันอาจเป็นพรสวรรค์ ก็ได้ เป็นความรู้อะไรก็ได้ที่เราเอาจริงกับมันเช่น การทำ อ า ห า ร, การจัดสวน,

การออกแบบ (ไม่อย่างงั้น เราคงไม่เห็นนักธุรกิจหน้าใหม่หลายคนผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดหรอก)

5. มันเป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์ เราจะต้องวิ่งตามหาสิ่งที่ “ใช่”ค่อย ๆ เรียนรู้ ค่อย ๆ ปรับตัวไป สิ่งที่เรากำลังสนุกในตอนนี้ บางทีอาจจะยังไม่ใช่ที่สุด สิ่งที่เราเก่งในตอนนี้ ในวันข้างหน้า

มันอาจเป็นเพียงแค่ความทรงจำเพราะอาจมีหลายปัจจัย ให้คิดมากขึ้น เช่น จำเป็นต้องพับโครงการเรียนต่อเอาไว้ เพราะเงินไม่พอ จำเป็นต้องทำงานหาเงินก่อน แล้วค่อยไปเรียนศิลปะที่

เราชอบ เราต้องดูจังหวะของชีวิตด้วย (ความจำเป็นของชีวิตแต่ละช่วง)

6. มนุษย์เราควรมีทางเลือก ให้กับชีวิตไว้หลายด้าน หรือ “มีแผนสำรอง” เพื่อไม่เป็นการปิดกั้นตัวเองจนเกินไป เช่น ถ้าวุฒิที่เราเรียนมามันหางาน ย า ก จะยอมรึเปล่าที่เอาวุฒิต่ำกว่านี้

หางานไปก่อน? ถ้าเราไม่ได้อาชีพนี้ เรายอมได้รึเปล่าที่จะทำอาชีพอื่นไปพลางๆ ก่อน? ความฝัน สิ่งที่ใช่ มันไม่ควรเป็นสิ่งที่ได้ดั่งใจในทันที

7. ในรั้วโรงเรียน – มหาวิท ย า ลัย ต่อให้เราได้เรียน กับอาจารย์ที่เก่งแค่ไหน ขอบเขตความรู้มันก็เป็นเพียงความรู้ ในรั้วเท่านั้น โลกของวัยผู้ใหญ่ที่โตขึ้น เรายังต้องรู้เห็นอีกมาก เรียนรู้

กันอีก ย าว ลองผิดลองถูกกันอีกเยอะ ดังนั้น จะมา ฟั นธง ว่าเรียนมาสายวิทย์ ต้องทำงานสายวิทย์ เรียนสายภาษาต้องทำงานสายภาษา มันก็ไม่ถูกเสมอไปมันเป็นเรื่องธรรมดามาก ที่

ต้องแลก กับความเหนื่อย ความ พ ย า ย าม หลายเท่าตัว จึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่อย่างใด หากจะพบว่าทำไม ห ม อ บางคนถึงแต่งเพลงได้ ? ทำไมบางคนเรียนวิชาชีพแต่มาเป็นศิลปิน?

ทำไมบางคนเรียนไม่จบแต่ประสบความสำเร็จ?ถ้ายังไม่เข้าใน ในข้อนี้ ลองย้อนกลับไป อ่ า น ข้อ 6 อีกรอบขึ้นชื่อว่า “ความรู้” เราได้รับมา ถึงจะไม่ใช้ในทันทีก็ไม่ควรเสียดาย ขึ้นชื่อว่า

“ความฝัน” ถึงจะยังไม่ใช่ในวันนี้ ใช่ว่าวันหน้าจะเป็นไปไม่ได้มันอยู่ที่ตัวเราล้วน ๆ ว่า “รู้ตัวดีหรือไม่ว่าทำอะไรอยู่?” และ “พร้อมจะยืดหยุ่นกับทุกสถานการณ์ชีวิตรึเปล่า?”อย่าลืมว่าโลกเรากลม

และมีหลายมิติ ใช่ว่าจะต้องมองเพียงด้านเดียว

ที่มา : j e e b

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

เมื่อจำเป็นต้องดุลูก จะดุอย่างไรไม่ให้ทำร้ายจิตใจลูก

การอบรมสั่งสอนให้ลูกเป็นเด็กที่มีพฤติกรรมเหมาะสมกับการดุลูกเป็นของคู่กัน เพราะที่คุณพ่อคุณ…