Home ข้อคิด เมื่อเจอลูกน้องเก่งกว่าหัวหน้า จะรับมืออย่างไรดี

เมื่อเจอลูกน้องเก่งกว่าหัวหน้า จะรับมืออย่างไรดี

6 second read
0
1
3,422

ใครที่รู้จักผลงาน วรรณกรร ม อันเลื่องชื่อ จากแดนมังกรอย่าง “สามก๊ก” คงพอจะได้ยินกิตติศัพท์ความฉลาดล้ำลึกจากตัวละครอย่าง “ขงเบ้ง” เคยสงสัยกันบ้ างหรือไม่ ว่าเหตุใดคนเก่ง

สติปัญญาเฉียบแหลมเช่นขงเบ้งนี้ถึงยอมทำงานให้กับเล่าปี่…ซึ่งเป็นผู้นำในแบบ ที่ก้าวสู่ความสำเร็จ ได้ก็เพราะคนที่อยู่แวดล้อมรอบกายเป็นหลักในโลกการทำงานจริงนั้บ่อยครั้งที่เจ้านาย

หรือหัวหน้าอาจไม่ได้เฉียบแหลม กว่าลูกน้องเสมอไป คล้ายคลึงกับเรื่องราวของเล่าปี่กับขงเบ้งหรือแม้แต่แม่ทัพที่เกรียงไกรย่อมต้องมีทหารเอกเก่ง ๆ คู่ใจ ย าม รบกับใครก็มักได้รับชัยชนะ

อยู่เสมอเปรียบเหมือนการมีคนเก่ง ๆ หรือลูกน้องฝีมือดีอยู่ในองค์กร พวกเขาเหล่านี้นี่แหละที่จะมีบทบาทสำคัญ ช่วยส่งเสริมการทำงานให้เราประสบความสำเร็จได้ไม่ย าก ก้าวสู่เส้นชัยได้

ตามความมุ่งหวัง ตั้งใจแทนที่เจ้านายหรือหัวหน้าจะรู้สึกนอยด์หรือกลัวเสียหน้าเมื่อมีลูกน้องที่ทำงานเก่งกว่า ให้ลองเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ พลิกสถานการณ์ให้เป็นความท้าทายแม้

ความเชื่อเดิม ๆ หรือภาพจำส่วนใหญ่ อาจทำให้เรารู้สึกว่า คนเก่งโดยมากมักมีความมั่นใจและมีความเป็นตัวของตัวเองสูงทำให้ควบคุมบริหารจัดการได้ย ากสำหรับเรื่องนี้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวล

จนเกินไปนักเพราะบรรดาผู้นำที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายล้วนมีกุศโลบายรับมือ จัดการกับลูกน้องเก่ง ๆได้พอจะหยิบยกมาเป็นแนวทางให้สามารถนำไปปรับใช้กันได้ตามความเหมาะสม

1. ใช้คนเก่งให้เป็นประโยชน์

เมื่อมีคนเก่ง อยู่ในทีม จงใช้ข้อได้เปรียบนี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดพย าย ามดึง ความสามารถต่าง ๆ ของพวกเขาออกมาใช้ ค้นหาว่าพวกเขามีจุดเด่นในเรื่องใดอะไรเป็นสิ่งที่พวกเขา

ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม แล้วท้าทายพวกเขาด้วยการมอบหมาย งานที่จะสามารถนำคนเก่งเหล่านี้ไปสู่ความก้าวหน้าในอนาคตได้

2. ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องถาม

คนเราไม่ได้เก่งทุกอย่างฉันใด หัวหน้าหรือเจ้านาย ก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่องฉันนั้น อย่าติด กั บ ดั ก ความคิดที่ว่าหัวหน้า ต้องเก่งกว่าลูกน้อง เมื่อหัวหน้าถูกลูกน้องถามในเรื่องที่ไม่รู้

การพูดตรง ๆ ว่าไม่รู้ แม้ฟังดูง่าย แต่ก็ย ากมหาศาลสิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดก็คือความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริงไม่ใช่สิ่งที่น่าอับอายเมื่อมีเรื่องที่เราไม่รู้ แต่เป็นทักษะที่

ผู้นำทั้งหลายต้องฝึกฝน ให้เป็นนิสัยเมื่อไม่รู้ให้ตอบตามตรง และขอความช่วยเหลือจากคนมีความรู้ความสามารถ อย่ามองว่าเป็นพฤติกรร ม นี้ เป็นเรื่องของคนอ่อนแอกลับกัน

เป็นการแสดงออกถึงความเข้มแข็งอย่างที่สุดเพราะกล้าหาญ ที่จะยอมรับความจริงในเรื่องที่ไม่รู้ หรือทำไม่ได้หัวหน้าที่ทำเช่นนี้ได้ถือว่าน่าชื่นชมสุด ๆ

3. ให้เครดิต เสริมสร้างกำลังใจ

ให้กำลังใจคนทำงานเก่ง ๆ ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราว ความสำเร็จในการทำงานของพวกเขาให้เพื่อนร่วมงานหรือผู้บริหารคนอื่น ๆ ฟังชื่นชมคนเก่งว่าเป็นคนสำคัญของทีม

และขององค์กรโดยรวมไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกดี ทั้งนั้น เมื่อหัวหน้าหรือเจ้านายมองเห็นคุณค่าในตัวเรา

4. รู้กว้าง สร้างวิสัยทัศน์

บางครั้งหัวหน้า อาจไม่มีความรู้และความชำนาญ ในงานระดับปฏิบัติการอย่างลึกซึ้งเท่าลูกน้อง เพราะไม่ได้อยู่หน้างานอย่างใกล้ชิดทุกวันแต่หัวหน้าก็จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องอื่น ๆ

ที่ลูกน้องไม่รู้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์ย าวไกลการวางกลยุทธ์อย่าง แ ย บ ค า ยการตัดสินใจอย่างรอบคอบ การบริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ อย่างราบรื่น หรือแม้แต่การแก้ปัญหา

อย่างเฉียบคม ความรู้แบบกว้าง ๆ นี่แหละ ที่จะเป็นตัวช่วยเพิ่มมูลค่าของหัวหน้า และเรียกความศรัทธาจากลูกน้องได้เป็นอย่างดี

5. เรียนรู้จากคนเก่ง

เปลี่ยนการแ ย่ งซีน การแข่งขัน ชิงดีชิงเด่น ให้เป็นการเรียนรู้ร่วมกันหัวใจสำคัญ ของการบริหาร คือการจัดการคนและกำหนดทิศทางในการทำงานให้ทีมไม่ใช่การแข่งขันประลอง

ความรู้กับลูกน้อง คนเป็นหัวหน้ามีหน้าที่ต้องเอาชนะใจไม่ใช่เอาชนะงานดังนั้น ถ้าลูกน้องเก่งกว่า ก็เรียนรู้จากเขา ถามคำถามและบางครั้งอาจลงมือทำเองบ้ าง เพื่อจะได้มีโอกาส

สัมผัสกับหน้างานจริง ๆ อย่ามองว่าเป็นเรื่องเสียฟอร์ม เสียการปกครองไม่แน่ว่าการใส่ใจถามไถ่เรื่องงานของหัวหน้า ถ้ามาถูกทางอาจเกิดผลพลอย ได้ในเรื่องการสร้างความยอมรับ

และเป็นการกระชับความสัมพันธ์กันอีกทางหนึ่งด้วย

6. ดัน “ดารา”

เปิดโอกาส ให้ลูกน้องเก่ง ๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เมื่อเห็นโอกาสที่ดี และเหมาะสม ก็ไม่ควรเก็บเขาไว้ที่เดิมจนไม่ได้มีโอกาสเติบโตส่งเสริมให้เขาได้มีโอกาสรับผิด

ชอบงานใหม่ ๆ ที่ท้าทายและเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ได้เติบโตในสายงานขึ้นเป็นลำดับ

7. กำจัดความกลัว สร้างความมั่นใจ

คนทั่ว ๆ ไปย่อมมีความกลัว ในเรื่องต่าง ๆ เป็นธรรมดา ทั้งกลัวไม่เป็นที่รัก กลัวไม่ดีพอ กลัวไม่เข้าพวก ฯลฯ ความกลัวเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของความไม่มั่นใจและไม่เป็น

ตัวของตัวเอง วิธีการรับมือกับความกลัวไม่ใช่เรื่องย ากเพียงยอมรับความกลัวด้วยความมั่นใจแล้วเดินหน้าต่อไปให้เตือนตนเองเสมอ ว่าการจ้างและพัฒนาคนที่มีความสามารถ

เป็นสิ่งที่เจ้านายและหัวหน้าที่ดีควรทำ เพื่อผลดีของทีมและเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร ลูกน้องเก่ง ทำให้ประสิทธิภาพ ของทีมดีขึ้นมากและเป็นประโยชน์ต่อองค์กร

ถึงตรงนี้ถ้าอย ากมองหาคนเก่งมาร่วมทำงานด้วยก็มีตัวช่วยที่ work สุด ๆให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสเฟ้นหาผู้สมัครงาน ที่มีศักยภาพได้อย่างง่ายแสนง่ายอย ากให้องค์กร

พัฒนาก้าวหน้า ต้องหาคนที่ใช่มาร่วมทีม ไม่ต้องกลัวลูกน้องเก่งกว่า เพราะยิ่งเก่งก็ยิ่งดีที่สุด แล้วผลดีย่อมตกอยู่กับองค์กรของเรานั่นเอง

ขอบคุณที่มา : t h.j o b s d b

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

12 สัญญาณเตือนว่า ทำไมเราควรมีเงินเก็บสำรองได้แล้วนะ

1.ใครทำงานแบงค์ รีบมองหางานใหม่ก่อนที่จะถูกปลดเพราะระบบใหม่ของธนาคารเน้นใช้แอพมากกว่าการที…