Home ข้อคิด เทคนิค สอนลูกให้มีคุณภาพ แบบฉบับเศรษฐีฮ่องกง

เทคนิค สอนลูกให้มีคุณภาพ แบบฉบับเศรษฐีฮ่องกง

5 second read
0
0
720

ในวันนี้ดิฉันได้อ่ า นบทความหนึ่ง เกี่ยวกับการสอนลูกโดยเริ่มต้นจากศูนย์ ซึ่งเป็นวิธีการสอนลูกของลีกาชิง โดยลีกาซิงนั้นคือมหาเศรษฐีของโลกเริ่มต้นจาก 0

ในช่วงวัยยังเล็ก เขาจะต้องอพยพร่อนเร่พเนจรจากประเทศของเขามายังฮ่องกง เมื่ออายุได้ 15 ปี คนที่เป็นหัวหน้าครอบครัวก็ได้จากลงไป จนทำให้เขาจะต้อง

เลิกเรียนกลางคัน และหาเลี้ยงชีพด้วยการออกขายของเลี้ยงครอบครัวของตนเอง ด้วยความที่เป็นคนที่ขยันขันแข็ง หนักเอาเบาสู้ชีวิตของลีกาซิงเป็นที่น่าศึกษา

เป็นแบบอย่างมากๆ ซึ่งแทบทั้งถ้วยเอเชียไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขา เรียกได้ว่าเป็นมังกรแห่งฮ่องกง ลีกาซิงได้ครอบครองอันดับ 1 ของเอเชียมาเนิ่นนาน แถมยังเป็น

คนที่ใจบุญ ชอบช่วยให้เงินเป็นการกุศลมูลค่านับพันล้านเหรียญ แต่เขาก็ยังคงไม่ลืมฐานะตัวเองในช่วงอดีต เขาเคยร่อนเร่ขายนาฬิกา และเขายังคงใช้ชีวิต

อย่างมัธยัสถ์ และยังคงใส่นาฬิกาเรือนเดิม รองเท้าเก่าๆที่เดิม และใช้ชีวิตที่ผ่านมาเป็นบทเรียนสอนลูกสอนหลานได้แสดงให้เห็นถึงคุณภาพชีวิตของคนตระกูลนี้

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกชายของเขาจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ทุกคนบนโต๊ะอ าห า รชักาวขอบคุณผู้ที่นำอ าห า รมาให้เขากิน นำอ าห า รมาเสิร์ฟเขา แม้ว่าพวกเขา

จะเป็นคนรับใช้ในบ้ านก็ตามวันนี้ลองมาศึกษากันดูนะคะว่า ทำไมมหาเศรษฐีระดับโลกอย่างลีกาซิง จึงสามารถเลี้ยงดูลูกของตัวเอง สั่งสอนลูกของตนเองได้อย่างมีคุณภาพ

1. สอนลูกให้เป็นคนดี เป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของคนเป็นพ่อแม่

ลีบอกว่า การศึกษาของลูกหลาน 99 เปอร์เซ็น ต้องสอนเขาให้รู้จักหลักการของการเป็นคนดีไว้ก่อน แม้เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว 2/3 ก็ยังคงต้องเน้นสอนให้เป็นคนดี

ที่เหลืออีก 1/3 ถึงจะสอนวิธีการทำการค้า เขาสอนลูกเสมอว่าอย่าเห็นแก่ได้อย่างเดียว ต้องคิดถึงหัวอกคนอื่น คนจะประสบความสำเร็จ ต้องขยัน ซื่อสัตย์ และรั กษ า

คำพูดลีกาชิงเกิดในครอบครัวย ากจน เขาไม่จบแม้กระทั่งชั้นประถม เขาต้องพย าย ามศึกษาเพิ่มเติมด้วยตัวเขาเอง โดยเฉพาะภาษาต่างประเทศ งานจะยุ่งแค่ไหน

ทุกเย็นเขาจะนั่งศึกษาเพิ่มเติมความรู้อย่างไม่ย่อท้อ นี่เป็นรูปแบบที่ติดตาติดใจลูกๆของเขาตั้งแต่เล็กจนโตเขามักนำเอาปรัชญา คำสอน ดีๆของนักปราชญ์โบราณ

มาสอนลูกของเขาเป็นประจำ นี่คือวิธีบ่มเพาะลูกๆของเขาจนโตเป็นคนดีของสังคม

2. พาขึ้นรถสาธารณะ ยอมทำตัวเป็นคุณพ่อขี้เหนียว

ลีกาชิงเลี้ยงลูกให้ติดดิน แม้จะเรียนในโรงเรียนชั้นนำ คนอื่นมีรถรับส่ง ใช้ของแบรนด์เนมทั้งตัว แต่ลีมักพาลูกเขาขึ้นรถรางไปโรงเรียน แต่งตัวใช้ของธรรมดาทั่วไป

จนลูกๆบ่นว่าทำไมพ่อไม่ยอมให้รถที่บ้ านไปรับส่งพวกเขา ลีบอกลูกๆว่า เวลาอยู่บนรถสาธารณะ ลูกจะได้สัมผัส รับรู้ และเรียนรู้กับสภาพที่แท้จริงของทุกชนชั้น

แต่ถ้าอยู่ในรถส่วนตัว ลูกจะไม่เห็นอะไรเลยในวันหยุด เขาให้ลูกๆไปทำงานพาร์ทไทม์ ทำงานบริการ ทำงานแคดดี้ในสนามกอล์ฟ เขาดีใจที่เห็นลูกตัวเล็กๆของเขา

แบกถุงกอล์ฟถุงใหญ่ๆเดินไปในสนาม และที่ทำให้เขาดีใจที่สุดคือ ลูกๆบอกจะนำรายได้ทั้งหมดไปช่วยคนย ากลำบากลีกาชิงเป็นคนช่วยให้เงินมากมาย แต่นาฬิกา

ที่เขาใช้เป็นนาฬิกาญี่ปุ่นมูลค่าแค่ 26 เหรียญยูเอส เสื้อผ้าสิบปีที่แล้วเขาก็ยังสวมใส่อยู่จนทุกวันนี้ บ้ านก็เป็นบ้ านเมื่อสามสิบปีที่แล้ว สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็น

แบบอย่างที่ทำให้ลูกจดจำตลอดไป

3. อย่าตามใจลูกจนเสียคน สอนให้ลูกยืนอยู่บนแข้งขาตัวเอง

ลีส่งลูกทั้งสองไปศึกษายังต่างประเทศตั้งแต่แค่อายุ 15 และ 13 ทั้งสองต้องฝึกดูแลตัวเอง ทำกับข้าวไม่เป็นก็ต้องศึกษาจากโทรทัศน์ จนทั้งคู่สามารถทำอ าห า ร

กินเองประทังเอาชีวิตรอดไปได้เมื่อทุกอย่างเข้าที่ ลูกๆต้องออกหางานรับจ้างทั่วไป ทำพาร์ทไทม์ในวันหยุด ชีวิตเหมือนปุถุชนทั่วไป คนที่รู้จักภูมิหลังครอบครัวนี้

จะพูดว่า ที่บ้ านรวยล้นฟ้า ทำไมต้องลำบากอย่างนี้ พี่น้องทั้งสองได้แต่ยิ้มแล้วตอบว่า ไม่เป็นไรครับ

4. จะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ ต้องรู้จักวิธีการวางตัวและการเผชิญหน้ากับสังคมที่เหมาะสม

ลูกๆ ของเขามักบอกว่า พวกเขาเรียนรู้อะไรมากมายจากพ่อ ที่สำคัญที่สุดที่พ่อมักเน้นย้ำ คือ ต้องเป็นนักธุรกิจที่ซื่อสัตย์ ต้องรู้จักวางตัวและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

กับหุ้นส่วนลีสอนลูกเสมอว่า ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ผู้อื่นเสมอ ไม่เอาเปรียบเขา ตั้งแต่ทั้งคู่ยังเล็ก เวลามีการประชุมของผู้บริหาร เขาก็จัดที่นั่งพิเศษให้ลูกๆ

นั่งฟังผู้ใหญ่เขาประชุมโต้เถียงหาลือกัน บางครั้งอาจมีข้อพิพาทในห้องประชุมจนลูกๆตกใจกลัว แต่เขาจะอธิบายให้ลูกๆฟังหลังจากนั้นว่า “ที่ต้องโต้แย้งกันก็เพื่อ

ผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท มันเป็นเรื่องปกติ เปรียบเหมือน ไม้ ถ้าไม่เจาะ ก็ทะลุมันไม่ได้ เหตุผลถ้าไม่ถกเถียงก็จะไม่เข้าใจกัน”ลีบอกลูกว่า วิธีการบริหารจัดการ

ธุรกิจต้องศึกษาเลียนแบบโลกตะวันตก เขามีหลักการที่เป็นระบบระเบียบ แต่การวางตัวต่อสังคมต่อเพื่อนมนุษย์ ต้องศึกษาหลักปรัชญาอันลึกซึ้ง เพราะสอนให้

บ่มเพาะอุปนิสัยให้รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน ขยันอดทนและสู้ไม่ถอย หากจะทำตัวให้คนอื่นเชื่อถือเรา เราต้องเป็นคนมีสัจจะรั กษ าคำมั่นสัญญา ก่อนจะให้คำสัญญา

ต้องศึกษาให้รอบคอบ เมื่อสัญญาแล้ว แม้จะเจออุปสรรคย ากเย็นแค่ไหน ก็ต้องรั กษ าคำมั่นสัญญาให้ถึงที่สุด

5. เรียนจบแล้วพ่อไม่หนุนหลังหรือเป็นแบ็กให้ จงไปสร้างธุรกิจกันเอง

ความโ ห ดของลีกาชิงที่มีต่อลูก เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด พอทั้งคู่เรียนจบมหาวิทย าลัยสแตมฟอร์ดด้วยเกรดเฉลี่ยที่ยอดเยี่ยม ตั้งใจจะกลับฮ่องกงเพื่อเข้า

ทำงานในบริษัทพ่อ แต่ลีปฏิเสธที่จะให้ลูกเข้าทำงาน เขาให้ลูกไปลุยทางทำมาหากินเองทั้งคู่จากฮ่องกง เดินทางไปแคนาดา แล้วเริ่มต้นทำธุรกิจจากศูนย์ ด้วย

ความพย าย ามไม่ยอมย่อท้อ ในที่สุด ลูกชายคนโตก็สามารถประสบความสำเร็จด้านอสังหาริมทรัพย์ ส่วนคนน้องก็กลายเป็นนักล งทุ นด้านธุรกิจการเงิน ทั้งคู่

ล้วนประสบความสำเร็จจนเป็นที่จับตามองของคนในวงการ ก็เพราะพ่อ ลูกทั้งสองจึงสามารถยืนอยู่บนแข้งขาตัวเอง และล้วนไปได้สวยบนเส้นทางธุรกิจ

6. ลูกลีกาชิงเคยถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ แต่กว่าตำรวจจะรู้คือสิบปีให้หลัง

สิบปีที่ผ่านมา คนในตระกูลไม่เคยมีใครแพร่งพรายข่าวนี้ให้ใครได้รับรู้ เรื่องมาแดงขึ้นก็โดยผู้ร้ า ยที่ลักพาตัวลูกชายลีกาชิงถูกจับในคดีลักพาตัวคนอื่นที่มาเก๊า

ระหว่างที่ตำรวจกำลังสอบสวนผู้ร้ า ย ตำรวจถามไปว่า ในชีวิต เคยสร้างคดีอะไรที่ใหญ่ที่สุดไว้บ้ าง ผู้ร้ า ยตอบว่า สิบปีที่แล้ว เคยเอ่ยปากขอเงินลีกาชิงมาใช้

พันล้านเหรียญ(ฮ่องกง) ลีกาชิงรับปากทันทีนักข่าวถามลีว่าทำไมไม่แจ้งตำรวจตอนเกิดเรื่อง เขาบอกนักข่าวว่า ในเหตุการณ์นั้น เขากับคนร้ า ยสื่อสารกันใน

บรรย ากาศที่เป็นมิตร เขารับปากกับคนร้ า ยว่าจะไม่แจ้งตำรวจเด็ ดขา ด นั่นคือเหตุผลที่เขารั กษ าคำพูดมาตลอดลีกาชิงบอกว่า การรั กษ าคำพูดเป็นชีวิตที่สองของเขา

นักข่าวถามว่าเเค้นคนร้ า ยหรือไม่ ลีบอกกับนักข่าวว่า ผมมักสอนลูกว่า คนต้องมีหัวใจที่มุ่งมั่นดั่งใจราชสีห์ แต่ต้องมีจิตใจที่เปี่ยมเมตตาดั่งพระโพธิสัตว์ลีกาชิง

เป็นคนรักลูก เป็นความรักเยี่ยงคุณพ่อทั้งหลายที่มีต่อลูกแต่สำหรับวิธีการเลี้ยงดูสั่งสอนลูกนั้น ลีกาชิงเป็นคนมีสติแต่โ ห ด ความมีสติแต่โ ห ดของเขาก็เพื่อซ่อน

กลบความรักที่ยิ่งใหญ่ของเขาที่มีต่อลูก แต่สิ่งที่เขาสอนลูกนั้นล้วนลึกซึ้งแบบมีมิติที่ฝังลึก นี่คือวิธีการเลี้ยงดูลูกที่น่านับถือของเศรษฐีระดับโลกของลีกาชิงแม้คุณ

จะประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจมากขนาดไหน หากคุณไม่สามารถบ่มเพาะลูกให้เป็นคนดี มันก็ไม่มีอะไรสามารถชดเชยความผิดพลาดอันนี้ได้

ขอบคุณที่มา : P o s t s o d

 

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

12 สัญญาณเตือนว่า ทำไมเราควรมีเงินเก็บสำรองได้แล้วนะ

1.ใครทำงานแบงค์ รีบมองหางานใหม่ก่อนที่จะถูกปลดเพราะระบบใหม่ของธนาคารเน้นใช้แอพมากกว่าการที…