Home ข้อคิด เทคนิคเก็บเงินไปลงทุนให้งอกเงย สำหรับคนทุนน้อย

เทคนิคเก็บเงินไปลงทุนให้งอกเงย สำหรับคนทุนน้อย

9 second read
0
0
513

การล งทุ นในปัจจุบัน สามารถเริ่มล งทุ นได้ตั้งแต่ 1 บาท แต่ถึงจะแค่ 1 บาทก็ต้องเป็น 1 บาทที่เราพร้อมจะ เ สี่ ย ง เสียมันไปนะคะ ซึ่งหากใครอยากเก็บเงินไปล งทุ น สิ่งสำคัญคือ

ต้องรู้ด้วยว่าเราควรจะนำเงินส่วนไหนมาล งทุ น จะได้ไม่เดือดร้อนทีหลังเพราะการล งทุ นมันมีความเสี่ย ง เงินนั้นจะต้องไม่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและจะต้องเป็นเงิน

ที่แยกออกมาจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ไปดูกันว่าเราควรจะเอาเงินส่วนไหนมาล งทุ นดี ? แล้วจะเก็บเงินมาล งทุ นยังไงสำหรับคนเงินน้อย

หมายเหตุ: บทความนี้ เพื่อใช้สำหรับศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในการชี้นำให้ล งทุ นแต่อย่างใด ผู้ล งทุ นควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจล งทุ น ทำไมต้องล งทุ น

ด้วยเงินเย็นเงินเย็น คือเงินที่เราสามารถนำมันวางเฉย ๆ ได้ โดยไม่มีแผนที่จะใช้มันเลยเป็นปี ๆ เงินส่วนนี้คือเงินที่เหมาะที่จะนำไปล งทุ น ให้เงินงอกเงย สามารถนำไปทำประโยชน์ต่าง ๆ ได้

ไม่ว่าจะเป็นการออมหุ้น ซื้อกองทุนหรือจะล งทุ นในทางเลือกอื่น ๆ ได้อีกมากมายเนื่องจากการล งทุ น ทุกอย่างมีความ เ สี่ ย ง การล งทุ นไม่ใช่การเก็บเงิน ดังนั้นจึงไม่มีอะไรมาการันตี

เราได้เลยว่า ‘เงิน’ ที่เราล งทุ นไปนั้นจะไม่ขาดทุน และจะอยู่ครบตามจำนวนที่ล งทุ นไป ทุกบาททุกสตางค์ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เงินที่เราจะเอามาล งทุ น นั้นต้องเป็นเงินที่เราไม่จำเป็นต้อง

ใช้จ่าย เพราะถ้าหากเราขาดทุนขึ้นมา เราก็จะไม่มีเงินมาใช้จ่ายในสิ่งที่มันจำเป็นกว่ายกตัวอย่างเช่น เราได้เงินเป็นของขวัญวันเกิด จากลุง 100 บาท เราคิดว่าจะเก็บไปล งทุ น แต่บังเอิญ

เราติดหนี้เพื่อนอยู่ 100 บาท ถ้าเราเอาเงินทั้งหมดไปล งทุ นแล้วทำเนียนไม่จ่ายหนี้เพื่อน พอเพื่อนมาทวงปุ๊บเราคิดว่าจะไปถอนเงินที่ล งทุ นไว้มาใช้หนี้เพื่อนแต่ปรากฏว่าเงินที่ล งทุ นไป

ขาดทุนหนัก จากที่ล งทุ นไป 100 บาท เหลืออยู่ 5 บาทถ้วน ทำให้ไม่มีเงินมาใช้หนี้เพื่อนแถมยัง ต้องไปยืมเงินเพื่อนอีกคนมาใช้หนี้เพื่อนคนนี้อีก เพราะพลาดไปเอาเงินที่ต้องใช้หนี้มาล งทุ น

ส่วนอีกกรณีหนึ่งคือ เอาเงินครึ่งหนึ่งที่ได้จากที่ผู้ปกครองให้ในแต่ละเดือนไปล งทุ น แล้วค่อยเอากำไรที่ได้มาใช้จ่าย แบบนี้ก็ต้องระวังนะคะ หลักการของเคสนี้ คือได้เงินจากพ่อแม่

เดือนละ 5,000 บาท แล้วเอาไปล งทุ นครึ่งหนึ่งก็คือ 2,500 บาทคิดกำไรเนาะ ๆ วันละ 1% ก็จะทำกำไรได้วันละ 25 บาท เดือนหนึ่งจะได้ 775 บาท รวม ๆ แล้วจะมีเงินเพิ่มเดือนละตั้ง 775 บาท

แหนะ แต่เราลืมคิดไปว่าถ้ากองทุนหรือหุ้นที่เราล งทุ นไปมันไม่บวก 1% ทุกวันล่ะ ?ถ้ามันขาดทุนยาว ๆ ไปล่ะ ? แบบนี้เราจะเอาเงินที่ไหนซื้อข้าวกิน ใช้จ่ายเวลาไปโรงเรียน… ก็ ช็อตเลยซิทีนี้

แล้วเราจะเอาเงินส่วนไหนมาล งทุ นดี ?

เงินร้อน : เงินที่ต้องใช้จ่ายสำหรับชีวิตประจำวัน เช่น ค่ารถ ค่าอ าห า รต่อเดือน เงินค่าหอ เงินใช้หนี้ เงินออมเผื่อฉุ กเ ฉิ น เงินส่วนนี้ไม่ควรนำไปล งทุ น
เงินเย็น : เงินเหลือเก็บสะสมไว้ไม่ได้ใช้อะไร เป็นเงินของเราจริง ๆ ไม่มีภาระต้องคืนใคร ไม่มีภาระต้องเอาไปจ่ายค่าอะไรวางไว้เฉย ๆ หายไปก็ใช้ชีวิตได้ไม่เดือดร้อน (แค่เสียดายมาก ๆ)

เงินส่วนนี้คือ เงินที่เหมาะจะนำไปล งทุ นออมแบบไหน ให้ได้เงินเย็นมาล งทุ นสำหรับคนงบน้อย

เลือกเก็บเหรียญ

เวลากลับมาจากโรงเรียน เข้าบ้านแล้วเรียบร้อยให้เราเอาเหรียญที่เหลือ ในแต่ละวันมาเช็กดู บางคนอาจเลือกเก็บเหรียญ 5 บาท หรือเหรียญ 10 บาทก็ได้ค่ะแล้วหยอดเหรียญ 5 หรือเหรียญ 10

ใส่กระปุกเอาไว้ เก็บรวบรวมไว้ทุกวัน เป็นประจำให้กลายเป็นนิสัย แล้วนำเงินที่เก็บได้ในแต่ละเดือนไปล งทุ นในเดือนถัดไปได้เลย

เก็บเงินตามวัน

เป็นอีกหนึ่งวิธี ที่ไม่ยากเท่าไหร่ค่ะ แล้วก็ฮิตมาก ๆ ในโซเชียลมีเดีย นั่นก็คือวิธีการเก็บเงินตามวันที่ไล่เรียงตั้งแต่วันที่ 1-30 เพิ่มขึ้นวันละบาทเช่น วันที่ 1 หยอด 1 บาท วันที่ 2 หยอด 2 บาท

ไปจนถึงวันที่ 30 เราจะได้เงินล งทุ นทั้งหมด 465 บาท ซึ่งแน่นอนว่า 465 บาทก็เพียงพอ ต่อการซื้อกองทุนขั้นต่ำของบางกองทุนได้แล้ว

เก็บแบงค์ 20 ทุกวัน

หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินเทคนิค อย่างการเก็บแบงค์ 20 กันมาบ้าง เทคนิคนี้ถือได้ว่าเป็นอีกเทคนิคที่ทำได้ง่าย ถ้าเราเก็บแบงค์ 20 บาททุกวันเป็นเวลา 1 เดือนเราจะเก็บเงินได้เดือนละ 600 บาท

ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการซื้อกองทุนขั้นต่ำ ของหลาย ๆ กองทุน (กองทุนที่ล งทุ นได้ตั้งแต่ 1 บาท)แต่หากใครคิดว่ามันยากไปก็ให้ลองกำหนดเลข นำ โ ช ค ขึ้นมาสัก 1 ตัวเลข ถ้าเมื่อไหร่เจอ

แบงค์ 20 ที่ลงท้ายด้วยเลข นำ โ ช ค ของเราก็เก็บหมดห้ามใช้

ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์

วิธีนี้จะได้ผลดีสำหรับสายกินเก่ง และช้อปปิ้งบ่อย บางคนจะสั่งน้ำหวานหรือขนมหวานทุกวันใช่ไหมคะ ? วิธีเก็บเงินมาล งทุ นง่าย ๆ ก็คือให้เรางดซื้อน้ำหวานวันละแก้วหรือลดการซื้อให้น้อยลง

สมมติว่าน้ำหวานแก้วละ 25 บาท เราไม่กินเลย 30 วัน เราก็จะเก็บเงินไปล งทุ นได้ทั้งหมด 750 บาท ซึ่งเพียงพอ ต่อการซื้อกองทุนขั้นต่ำบางกองทุน แค่ต้องสะกดจิตตัวเองให้อดทนต่อ

ความอยากกินให้ได้หรือบางคนเป็นสายช้อปปิ้ง ก็อาจจะต้องลดการ CF ไว โ อ น เร็วลงบ้าง แต่วิธีนี้อาจจะไม่เหมาะสำหรับบางคน อย่างไรก็อยากให้ลองปรับใช้ดูและหาวิธีออมเงิน

เพื่อล งทุ นที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองดู

ขอบคุณที่มา : p l o o k f r i e n d s

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

เคล็ดลับ หัวหน้าที่ดี ที่มัดใจลูกน้องได้อยู่หมัด

ไม่มีใครอยากเปลี่ยนงานบ่อย โดยไม่มีเหตุจำเป็นไม่ว่าจะเป็นคนในแผนกใด ขององค์กรก็ตาม ถ้าเป็น…