Home ข้อคิด เก็บเงินแบบแม่บ้านชาวพม่า แค่ 2 ปี มีเงินหมื่นแถมมีเงินซื้อที่ดิน

เก็บเงินแบบแม่บ้านชาวพม่า แค่ 2 ปี มีเงินหมื่นแถมมีเงินซื้อที่ดิน

7 second read
0
0
164

วิธีเก็บเงินจากประสบการณ์ตรงกับแม่บ้านชาวพม่า ผ่านมา 2 ปี มีเงินซื้อที่สวนยาง พร้อมเงินเก็บอีกกว่า 3 หมื่นบาท แรงบันดาลใจดี ๆ ให้คนที่ไม่ค่อยมีเงินเก็บได้ลองทำตามใครที่

ชอบตัดพ้อว่าตัวเองเงินเดือนน้อย ภาระเยอะ เก็บเงินไม่ไหวหรอก ต้องอ่านเรื่องนี้เลยค่ะ แล้วจะรู้ว่าการเก็บเงินไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดจริง ๆ อย่างแม่บ้านชาวพม่าคนหนึ่งที่เงินเดือน

ไม่ได้สูงเท่ามนุษย์เงินเดือนหลาย ๆ คน ยังสามารถออมเงินจนมีเงินซื้อที่สวนยางในพม่า และมีเงินเก็บอีกกว่า 3 หมื่นบาท ภายใน 2 ปี จากคำแนะนำดี ๆ ของ คุณสมาชิกหมายเลข

2918495 สมาชิกเ ว็ บไ ซ ต์พั น ทิ ป ด อ ท ค อ ม นายจ้างผู้ใจดี ลองอ่านและนำประสบการณ์นี้ไปปรับใช้กับตัวเองดู มั่นใจว่าทุกคนสามารถเก็บเงินได้แน่นอนค่ะใครที่ไม่ค่อยมีเงินเก็บ เป็นหนี้

คงรู้สึกว่าทำไมการเก็บเงินมันยากจัง เลยขอแ ช ร์ หน่อยนะคะว่าตัวเองมีวิธีแนะนำแม่บ้านชาวพม่าที่ทำงานบ้านยังไงจนตอนนี้เค้าสามารถซื้อที่สวนยางที่พม่าได้แล้ว และยังมีเงินเก็บอีก

สามหมื่นกว่าบาท ด้วยเวลาการเก็บเงินแค่ 2 ปีเรื่องจริงเหมือนนิยาย แม่บ้านที่บ้านชื่อวี (นามสมมติ) ตอนนั้นทำงานกับที่บ้านมาได้ 5 ปี เป็นคนซื่อ ๆ ทำงานขยันดีมาก เค้ามีเงินเก็บนิดหน่อย

เพราะเงินเดือนที่ได้ส่งกลับบ้านหมด มีเหลือใช้แค่เดือนละ 1,000 บาท แต่ว่าเค้ากินอยู่กับเรานะ มีอยู่วันนึงก็คุยไปคุยมาเลยรู้ว่าเค้าไปกู้เงินเพื่อนคนพม่า ดอกเบี้ยร้อยละ 2 เพราะจะไป

หุ้นซื้อที่สวนยางที่พม่ากับพี่สาวที่เป็นแม่บ้านเหมือนกันช็อกเลย ไม่ใช่ตกใจว่าเค้าจะซื้อที่นะ แต่ตกใจเรื่องด อ กเ บี้ ย เพราะมันตั้งปีละ 24% !!!!! จะเป็นลม ค่าที่ทั้งหมด 5 หมื่นบาท เค้าหุ้น

กับพี่คนละครึ่ง แต่ก็ต้องไปกู้เพื่อนมา 10,000 บาท เราก็เลยตกลงกับเค้าว่าเดี๋ยวจะให้ยืมเงินไม่คิดด อ กเ บี้ ย แล้วเค้าผ่อนเอาเดือนละ 1,000 บาท สิบเดือน แต่ต้องรีบเอาเงินไปคืนเพื่อนซะ

โชคดีที่เค้าเพิ่งยืมเงินมาไม่ถึงอาทิตย์ แล้วเพื่อนก็ไม่ได้เป็นพวกกู้นอกระบบ เลยยอมให้คืนเงินแต่โดยดีไม่มีดราม่าอะไร และไม่ต้องเสีย ด อ กเ บี้ ยด้วยคราวนี้ก็เลยมีโอกาสถามเค้าว่า

ที่ผ่านมามีเงินเก็บบ้างรึเปล่า ถึงได้รู้ว่าตลอดมามีเงินก็ส่งไปให้ที่บ้านปลูกบ้าน ส่งเงินให้น้องเรียนมหาวิท ย าลัยที่พม่าหมด ตัวเองมีเงินแค่เท่าที่ซื้อที่สวนยางเท่านั้น เราก็เลยก่ายหน้าผาก

ทันที มันไม่ใช่ละ เกิดแก่ไป กลับไปอยู่พม่าจะเอาเงินที่ไหนกินอยู่ล่ะ ต า ย ๆๆๆๆๆ 10 เดือนผ่านไปไวเหมือนโ ก ห  ก เมื่อวีผ่อนเงินเสร็จแล้วเลยจับเข่าคุยกันใหม่ แนะนำให้เค้าเปิดกองทุน

พวกพันธบัตรเพื่อฝากเงินประจำเดือนละ 1,000 บาท เพราะตอนนี้ไม่ต้องคืนหนี้แล้วหนิตอนที่พาวีไปธนาคารครั้งแรกเค้าตื่นเต้นมาก ตัวเกร็งเพราะเป็นคนต่างด้าว รู้สึกว่าการไปธนาคาร

มันเป็นเรื่องยาก ซับซ้อน แถมเปิดกองทุนอีก ดูงงไปหมด เอกสารก็เยอะแยะ เจ้าหน้าที่ ธ น าค า รก็งงเหมือนกันที่จะเปิดบัญชีเพราะไม่เคยทำให้คนต่างด้าว  แต่เพราะตัวเองเป็นลูกค้าประจำ

ทางธ น าค า รก็เลยวางใจและช่วยทำเรื่องให้เรียบร้อย หลังจากนั้นสิ้นเดือนก็จะคอยถามเค้าว่าจะฝากเงินไปธ น าค า รไหม เค้าก็ฝากเงินมาให้ทุกเดือนเดือนละ 1,000 บาท ผ่านไปสักพักก็

จะคอยให้กำลังใจโดยบอกเค้าว่า เนี่ย วีไม่ได้ทำอะไรเลย ตอนนี้ได้ดอกเบี้ยแล้วนะ 200 บาท เค้าก็ดีใจมากพอฝากได้สักครึ่งปี เงินก็เริ่มเยอะขึ้นเป็น 6,000 บาท ตัวเราก็ซื่อ ต้องการแสดง

ความบริสุทธิ์ใจว่าทุกเดือนที่วีเอาเงินมาให้เราฝากธ น า ค า ร เราทำให้ทุกเดือน ก็เลยจะเอาสมุดบัญชีกองทุนให้ดู ปรากฏว่าวีบอกว่า “ไม่เอาค่ะ ไม่ต้องเอามาให้ดูนะคะ เดี๋ยวรู้ว่าเงินเยอะ

จะส่งกลับที่บ้าน” เจ๋งอะ เค้ารู้จักตัวเองว่าเป็นคนยังไง และวิธีไหนที่จะควบคุมตัวเองได้ เพราะคนเราพอรู้สึกว่าเงินเยอะก็จะใช้ไปเรื่อย สุดท้ายก็ไม่เหลือเก็บเมื่อสิ้นปี 58 ที่ผ่านมา ก็ครบ 1 ปี

1 เดือน วีมีเงินเก็บ 34,000 บาท (เป็นเงินฝากเดือนละพันรวม 13,000 บาท แล้วเค้าเอาโ บ นั สและเงินตรุษจีนฝากเพิ่มด้วย) แถมยังมีด อ กเ บี้ ยตั้ง 500 บาท ปลื้มใจมาก ๆ เลย แล้วปีนี้เค้าก็ยัง

จะทำต่อเนื่องอีก ด อ กเ บี้ ยสิ้นปี 59 น่าจะได้สัก 1,000 บาท เพราะมีเงินต้นเดิมบวกกับเงินของปีนี้ที่ฝากทุกเดือนหวังว่าวิธีง่าย ๆ ของแม่บ้านชาวพม่า จะช่วยให้มนุษย์เงินเดือน หรือฟรีแลนซ์

มีเงินเก็บกันได้มากขึ้นนะคะ ถ้าอ่านแล้วชอบฝากแ ช ร์กันหน่อยนะคะ เพื่อคนรอบข้างของเราจะได้มีเงินเก็บไม่มีหนี้

ขอบคุณที่มา : m o n e y . k a p o o k.

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

50 อาชีพเสริมทำเสาร์อาทิตย์ หางินเข้ากระเป๋าอีกทาง ไม่รอแค่งานประจำ

เมื่อเศรษฐกิจไม่ดีจะหันหน้าไปพึ่งใครก็ไม่ได้ ก็คงจะแค่มีตัวเราเองที่จะต้องช่วยเหลือตัวเอง …