Home ข้อคิด วิธีเก็บเงินแบบง่ายๆ คนที่เก็บเงินไม่เก่งก็ทำได้

วิธีเก็บเงินแบบง่ายๆ คนที่เก็บเงินไม่เก่งก็ทำได้

10 second read
0
0
2,906

ปัญหาเรื่องการเงินที่เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาการเงินอีกหลาย ๆ อย่างเลย คือ เก็บเงินไม่อยู่ ไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากการที่เราไม่รู้ “วิธีออมเงิน” ที่ถูกต้องหรือไม่ แต่เมื่อเราไม่มีเงินออม

เวลาเกิดเหตุไม่คาดฝันไม่ว่าจะเป็น ตกงาน เ จ็ บป่ ว ย อุ บั ติเ ห ตุ ฯลฯ ก็จะทำให้เราไม่มีเงินไปจัดการปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งนั่นก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราต้องเริ่มกู้ยืม เป็นหนี้กันไป

ซึ่งบอกเลยว่าพี่ทุยเองก็เคยเป็นคนที่เก็บออมเงินไม่ได้เหมือนกัน วันนี้พี่ทุยเลยมีเทคนิคสำหรับคนที่ออมเงินไม่เก่งก็สามารถทำได้มาฝากกัน เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่ได้ผลดีมาก

เพราะพี่ทุยลองเองมาแล้ว

1. เก็บออมก่อนใช้เสมอ

“วิธีออมเงิน” นี้เป็นวิธีที่เราน่าจะได้ยินกันมานาน แต่รู้กันหรือไม่ว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ทรงพ ลั งมากที่สุด พี่ทุยเชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยเจอปัญหาประมาณว่าเหลือเงินอยู่ 500 บาท แต่ต้องใช้ชีวิต

ให้รอดตลอดอาทิตย์กันมาบ้างแน่ ๆ แล้วก็เป็นอะไรที่น่าแปลก เพราะเราก็มักจะรอดมาได้ทุกครั้ง เหตุผลก็เพราะว่าคนเรามีความสามารถในการปรับตัว การเก็บออมก่อนใช้ก็เป็นการสร้าง

สถานการณ์ที่คล้าย ๆ กับที่พี่ทุยพูดถึงไป สมมติว่า เราตั้งใจจะเก็บให้ได้เดือนละ 1,000 บาท แต่ถ้าเราไม่มีการออมก่อนใช้ แปลว่าอาทิตย์สิ้นเดือนนั้นเราจะเงินเหลือ 1,500 บาท แทนที่

จะเป็น 500 บาท ทีนี้เราก็จะเริ่มหาข้ออ้าง ข้อแก้ตัวอย่างเช่น “ไว้ก่อนละกัน” “ไว้ค่อยเก็บเดือนหน้าละกัน” เหตุผลส า รพัดที่สุดท้ายถูกหยิบยกขึ้นมาทำให้เราเก็บเงินไม่ได้ พี่ทุยแนะนำต่อว่า

สำหรับเงินที่หักออมล่วงหน้าออกมาทุกเดือนให้เปิดบัญชีแยกเก็บกับบัญชีที่เราใช้ประจำ เพื่อเป็นการวางเงินให้ไกลไม้ไกลมือมากที่สุด ตอนที่พี่ทุยเริ่มเก็บออมเงิน พี่ทุยจะไม่ผูกอะไรไว้กับบัญชี

ที่เก็บเงินแยกเลย ไม่ว่าจะเป็นบัตรเดบิต Mobile Banking ต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ ยงที่เราไปหยิบถอนออกมา โดยบัญชีที่เก็บแยกเราอาจจะใช้บัญชีเงินฝากประจำ ที่ต้องมีการฝากเงินทุกเดือน

เพื่อเป็นการเพิ่มวินัยการออมให้กับตัวเราไปในตัวด้วย

2. เก็บแบงก์ 50 และหยอดเหรียญใส่กระปุก

อีกวิธีการหนึ่งที่พี่ทุยทำแล้ว รู้ตัวอีกทีก็มีเงินเก็บเพิ่มขึ้นเดือนละหลายพัน การเก็บ ’แบงก็ 50’ และ ‘หยอดเหรียญใส่กระปุก’ หลักการก็คือ ทุกครั้งที่เราได้เงินทอนกลับมาเป็น ‘แบงก์ 50’

หรือ ‘เหรียญ’ อะไรก็ตาม ห้ามใช้เด็ดขาด! ให้เก็บกลับมาบ้าน แล้วหยอดเข้ากระปุกทันที จากนั้นทุกเดือนก็นำเงินในกระปุกนำไปใส่บัญชีธนาคารที่เราเปิดแยกไว้นั่นเอง

3. ทำบัญชีรายจ่าย

จดให้หมด จดให้ครบทุกบาททุกสตางค์ที่เราใช้จ่ายออกไป เพื่อให้เราเห็นภาพการใช้จ่ายของเราในแต่วัน แต่ละสัปดาห์ว่าเราใช้จ่ายอะไรออกไปบ้าง สิ่งที่น่าแปลกใจ คือ เมื่อเรามีการ

เริ่มบันทึกว่าเราจ่ายอะไรออกไปบ้าง เราจะเริ่มใช้จ่ายน้อยลงไปแบบไม่รู้ตัว แนะนำ 5 Application ที่ช่วย “จัดการรายรับรายจ่าย”

4. ใช้บัตรเครดิตอย่างพอดี

ส่วนตัวพี่ทุยก็ยังมองว่า ‘บัตรเครดิต’ มีประโยชน์มากกว่าข้อเสีย สำหรับคนที่ใช้เป็น เพราะว่าการใช้จ่ายเงินสดแทบจะไม่ได้ส่วนลดหรือสิทธิพิเศษอะไรกลับมาเลย แต่ถ้าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต

จะได้ทั้งเงินคืน การสะสมแต้ม ต่าง ๆ ซึ่งกฎเหล็กของการใช้ ‘บัตรเครดิต’ มีเพียงข้อเดียวเลยก็คือ.. จะรูดบัตรเครดิตก็ต่อเมื่อเรามีเงินสดจ่าย ณ เวลานั้นเท่านั้น ถ้าไม่มีก็ห้ามรูดเด็ดขาด

เพราะถ้ารูดไปแล้ว ก็แปลว่า เรากำลังดึงเงินในอนาคตออกมาใช้ นอกจากนี้การใช้ จ่ายผ่านบัตรเครดิต ยังช่วยให้เราทำ ‘บัญชีรายจ่าย’ ง่ายขึ้นด้วย เพราะทุกการใช้งานจะถูกบันทึกไว้เสมอ

ไม่ต้องกลัวลืมอีกต่อไป!

5. ก่อนซื้อของทุกครั้งคิดอย่างน้อย 3 วัน

คนเรามักจะซื้อของด้วยอารมณ์ วิธีแก้ที่พี่ทุยใช้กับตัวเองและได้ผลมากเลยก็คือ ถ้าจะซื้ออะไรที่ไม่ใช่ของที่ต้องซื้ออยู่ในชีวิตประจำอยู่แล้ว พี่ทุยจะกลับไปนอนคิดอย่างน้อย 3 วัน ว่าเรา

ต้องการของชิ้นนี้จริงหรือเปล่า ซื้อแล้วจะได้ใช้มั้ย ถ้าได้ใช้แล้วจะได้ใช้บ่อยมากแค่ไหน คุ้มค่ากับการจ่ายออกไปหรือไม่ ซึ่งสิ่งที่น่าแปลกใจ คือ ตอนช่วงพี่ทุยเริ่มต้นเก็บเงิน หลังจากที่

กลับมานอนคิดแล้ว ก็พบว่าไม่จำเป็นต้องซื้อของพวกนั้นเลย ก็จะช่วยทำให้เรามีเงินเก็บมากขึ้น ลองเอาไปปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเองกันดูนะ ของแบบนี้สำคัญที่ตอนเริ่มต้น จะเก็บออมมาก

หรือน้อยไม่ใช่เรื่องสำคัญ เมื่อได้เริ่ม และเห็นเงินหลักพัน หลักหมื่นในบัญชี มันจะเริ่มมีกำลังใจ แล้วหลังจากนั้นพ ลั งในการออมก็จะมีต่อไปอย่างไม่รู้จบเลยล่ะ!

ขอบคุณที่มา : m o n e y b u f f a l o

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

เคล็ดลับ หัวหน้าที่ดี ที่มัดใจลูกน้องได้อยู่หมัด

ไม่มีใครอยากเปลี่ยนงานบ่อย โดยไม่มีเหตุจำเป็นไม่ว่าจะเป็นคนในแผนกใด ขององค์กรก็ตาม ถ้าเป็น…