Home ข้อคิด พฤติกรรมที่พ่อแม่ต้องหยุด เพราะเป็นการทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว

พฤติกรรมที่พ่อแม่ต้องหยุด เพราะเป็นการทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว

8 second read
0
0
573

เรียกได้ว่าในสังคมเดียวนี้ ต่างมีครอบครัวที่ต่างกัน ต่างวิธีการต่อลูกแตกต่างกันออกไป บางคนนั้นรักลูกได้ถูกทาง แต่บางครอบครัว ก็รักลูกไม่ไม่ถูกทางกลายเป็นพ่อแม่รังแกฉัน

วันนี้เรามาดูกันว่า บ า ป 14 ประการ ที่พ่อแม่ทำต่อลูก ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ และอาจเป็นสาเหตุให้ชีวิตของลูกดำเนินไปอย่างไม่ถูกไม่ควร สำรวจตัวเองดูว่า คุณเผลอทำแบบนี้อยู่หรือเปล่า

พ่อแม่โปรดหยุดบ า ป 14 ประการที่ทำต่อลูก (โดยไม่รู้ตัว) มีอะไรบ้าง รู้ตัวช้าอาจไม่ดีนะค่ะ

1.ทำร้ายลูกด้วยการรักเขามากเกินไป

ผลก็คือ เกิดภาวะรักจนหลง ลูกของตนถูกทุกอย่าง ลูกของตนดีกว่าคนอื่นเสมอ อันส่งผลให้ลูกกลายเป็นคนมีอัตตาสูง เชื่อมั่นตนเองในทางที่ผิด ชอบดูถูกคน เป็นตัวปัญหาแต่ไม่ยอมรับ

ว่าตนเป็นคนสร้างปัญหา

2.ทำร้า ยเขาด้วยการตามใจเขามากเกินไป

ผลก็คือพ่อแม่กลายเป็นข้าช่วงใช้ของลูก ส่วนลูกกลายเป็น “ลูกบังเกิดเกล้า” ที่พ่อแม่ต้องยอมให้เขาทุกอย่าง ที่หนักกว่านั้นก็คือ ถ้าพ่อแม่ไม่ยอมตามที่ลูกต้องการ ลูกบางคนก็ถึงขั้นทำร้า ย

ข้าวของ ทำร้า ยพ่อแม่

3.ไม่กล้าห้ามปรามสั่งสอนเมื่อลูกทำผิด ทำไม่ดี ทำบ า ป

ผลก็คือ ลูกสูญเสียสามัญสำนึก แยกแยะถูกผิดดีชั่ วไม่เป็น มองไม่เห็นเส้นแบ่งทางจริยธรรมว่า ดีเป็นอย่างไร ชั่ วเป็นอย่างไร จึงกลายเป็นนักเลงอัน ธพา ล ระรานคนเขาไปทั่ว

4.การให้เงินลูกเพียงอย่างเดียว

ผลก็คือ ลูกไม่รู้จักคุณค่าของเงิน ไม่เห็นคุณค่าของผู้ที่หา/และให้เงิน ยิ่งได้เงินมาก ยิ่งผลาญเงินเก่ง มีเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอใช้และทั้งๆที่ใช้จ่ายเงินสูง แต่กลับมีคุณภาพชีวิตต่ำ

5.ทำร้ ายลูกด้วยการไม่ยอมให้ลูกเรียนรู้ที่จะพึ่งตนเอง

เกรงว่า หากให้ลูกทำอะไรด้วยตนเองแล้วเขาจะลำบาก ผลก็คือ เมื่อโตขึ้นลูกกลายเป็นลูกแหง่ที่พึ่งตนเองไม่ได้ ทำอะไรด้วยตนเองไม่เป็น ยิ่งเติบโตยิ่งเป็นตัวปัญหาของสถาบันครอบครัว

6.ทำร้า ยลูกด้วยการไม่ยอมส่งเสริมให้ลูกได้รับการศึกษาที่ดี

มัวแต่สนใจลงทุนในการทำธุรกิจเป็นร้อยเป็นพันล้าน แต่ไม่รู้จักลงทุนในการสร้างลูกให้เป็นปัญญาชน ผลก็คือ ลูกเติบโตแต่ตัว แต่ทว่ามีสติปัญญาที่ต่ำต้อย ขาดทักษะการคิด การใช้เหตุผล

การทำงาน การเข้าสังคมเขาไม่เพียงแต่ไม่สามารถร่วมเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมเท่านั้น แต่ยังสร้างปัญหาให้สังคมอีกต่างหาก

7.การทำแต่งานสังคมสงเคราะห์นอกบ้าน

โดยลืมไปว่า คนที่ตนต้องสงเคราะห์ก่อน ดูแลก่อนต้องให้ความรักก่อนก็คือ “ลูก” ผลก็คือแม้จะกลายเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่ประสบความสำเร็จนอกบ้าน สังคมสรรเสริญ แต่กลับเป็นพ่อแม่ที่

ล้มเ ห ล วในบ้าน และลูกกลายเป็นเด็กที่ขาดความรัก ความอบอุ่น ไม่พร้อมจะแบ่งปันความรักและความอบอุ่นให้ใคร

8.การไม่รู้จักยกย่องชมเชยลูก เมื่อเขาประสบความสำเร็จในการเรียน

ในการทำงาน หรือในการทำกิจกรรมใดๆก็ตาม ผลก็คือ ลูกกลายเป็นคนใจคอคับแคบ ยกย่องชมเชยใครไม่เป็น เมื่อเห็นคนอื่นได้ดีมีความสำเร็จ เขาจึงเป็นนักอิ จฉ าริ ษย าตัวฉกาจ ที่จ้องแต่

จะหาทางทำลายคุณงามความดีของคนอื่น

9.การไม่รู้จักสอนเขาให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ

ผลก็คือ เมื่อโตขึ้น เขาจึงพร้อมผละหนีพ่อแม่ไปอย่างไม่รู้สึกผิด ไม่เห็นความจำเป็นว่า การเป็นลูกที่ดีนั้นจะต้องกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ของตนอย่างไร

10.การไม่สอนลูกให้รู้จักการบำเพ็ญตนเป็นผู้ให้

ผลก็คือเมื่อโตขึ้นเขาจึงกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างร้า ยกาจ คิดแต่จะกอบโกย คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัว จนมองไม่เห็นหัวคนอื่น แทนที่จะถือหลัก “ยิ่งรวยยิ่งให้ ยิ่งได้ยิ่งแบ่ง” กลับถือหลัก

“ยิ่งรวยยิ่งคอร์รัปชั่น ยิ่งแบ่ งปั นยิ่งสูญเสียเปล่า”

11.ทำร้ายลูกด้วยการไม่ยอมให้ลูกรู้จักตัดสินใจด้วยตนเอง

ผลก็คือ ลูกกลายเป็นคนขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่กล้าคิด ไม่กล้าพูด ไม่กล้าทำอะไร ส่งผลให้ไร้ภาวะผู้นำ ต้องเดินตามคนอื่นโดยดุษฎี

12.การไม่สอนให้ลูกรู้จักสมบัติของผู้ดี

ผลก็คือเขากลายเป็นคนหยา บกระด้างทั้งทางกาย ทางใจ ขาดความสุภาพอ่อนน้อม ขาดสัมมาคาราวะ ไม่รู้จักกาลเทศะ ไม่รู้จักประมาณตน ครองตน ครองงานไม่เป็น ไม่เห็นคุณค่า

ของระเบียบประเพณี ก ฎห ม า ย จรรยาจารีตของสังคม ไม่เคารพในศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนดีของเพื่อนมนุษย์

13.การไม่แนะนำให้ลูกรู้จักคบเพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตร (เพื่อนแท้)

ผลก็คือรอบกายของเขาจึงมีแต่บ า ปมิตร (เพื่อนเทียม) คอยประจบส อพ ล อ คอยหลอกล่อ ให้ทำแต่สิ่งไม่ดี นำพาชีวิตไปในทางเสียหาย ตกอยู่ใต้วังวนของอบ า ยมุ ข สนุกสนาน ไม่สนใจ

หาแก่นสา รให้กับชีวิต

14.การไม่รู้จักสร้างสภาพแวดล้อมให้ลูกเป็นคนรักการอ่าน รักการเขียน รักการเรียนรู้ รักการเดินทาง

ปล่อยให้เขาศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองไปตามยถากรรม ผลก็คือ เขากลายเป็นคนหูตาคับแคบ ขาดความรู้พื้นฐาน ขาดความรู้รอบตัว ขาดความกระตือรือร้น ไม่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์

การคิด พูด ทำ ไม่เฉลียวฉลาดปราดเปรื่อง ขาดความแหลมคม ตามไม่ทันโลก ตกข่าว เป็นคนว่างเปล่าทางความรู้ (รอบตัว) ความคิด จิตใจ และไม่มีรสนิยมอย่างอารยชน

ขอขอบคุณที่มา : จากท่าน ว.วชิรเมธี/ g a n g b e a u t y. c o m

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

วิธีรับมืออย่างไร กับลูกน้อง..ที่หัวหน้าร้องยี้

ในขณะที่หลายๆ บทความมักจะพูดถึงการเป็นผู้นำ เจ้านาย หรือหัวหน้างาน ที่มักจะเต็มไปด้วยข้อเส…