Home ข้อคิด ทำงานจนอายุ 30 แล้วแต่ยังไม่มีเงินเก็บเลย จะเริ่มอย่างไรดี

ทำงานจนอายุ 30 แล้วแต่ยังไม่มีเงินเก็บเลย จะเริ่มอย่างไรดี

16 second read
0
0
1,175

“อายุ 30 แล้ว ไม่มีเงินเก็บเลย ควรมีเงินเก็บเท่าไร?” คำถามที่มักจะพบเจอได้บ่อย ๆ ที่คาดหวังว่าเมื่ออายุเท่านี้ ควรมีเงินเก็บจำนวนเท่านี้ และควรมีทรัพย์สินอะไรบ้าง แต่ในความเป็นจริง

นักบริหารการเงินต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีอะไรที่สามารถกำหนดได้ว่าอายุเท่านี้ ควรมีเงินเก็บเท่าไหร่ เพราะมีหลากหลายปัจจัยที่ประกอบกัน แต่สิ่งสำคัญคือควรวางแผนด้าน

การเงินอย่างไรให้เหมาะสมกับอายุ รายได้ และแผนหลังเกษียณที่ต้องการต่างหาก หากคุณเป็นหนึ่งที่ยังไม่มีเงินเก็บ และอายุกำลังจะ 30 แล้ว บอกเลยว่าการเริ่มต้นวางแผนการเงิน

และเก็บเงินนั้นไม่ย ากอย่างที่คิด แต่ควรเริ่มจากอะไรบ้างต้องไปศึกษาพร้อม ๆ กัน

1. เปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับเงินใหม่

หนึ่งในสาเหตุไม่มีเงินเก็บของคนอายุ 30 ปีนั้นก็คือมีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเงินแบบผิด ๆ มาตั้งแต่แรก รวมถึงความเข้าใจเกี่ยวกับการออมเงินที่ผิดด้วย เพราะ “เงินเก็บ” นั้น

คือเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายในแต่ละเดือน แต่ในความเป็นจริงแล้วการนำรายได้มาหักเงินออมออกแล้วเหลือเงินอีกจำนวนหนึ่งต่างหาก ที่คุณสามารถนำมาใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้

เช่น ปกติแล้วคุณคิดว่า เงินเดือน-ค่าใช้จ่าย = เงินออม แต่สิ่งที่ควรจะเป็นคือ เงินเดือน-เงินออม = ค่าใช้จ่าย ต่างหาก! อีกทั้งเรื่องของการออมเงินที่หลาย ๆ คนมีแนวคิดว่าเป็นเรื่องที่

ไม่จำเป็นหากอายุยังน้อยหรือยังไม่อายุ 30 ซึ่งจริง ๆ แล้วนั้นการออมเงินนี่แหละคือสิ่งสำคัญสุด ๆ หากคุณเริ่มออมเงินและวางแผนการเงินได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นคง

และช่วยทำให้คุณมองเห็นเป้าหมายทางด้านการเงินได้เป็นอย่างดีมากยิ่งขึ้น ดังนั้นก่อนจะเริ่มเก็บเงิน ต้องหาสาเหตุไม่มีเงินเก็บให้ได้ก่อน แล้วปรับแนวคิดเกี่ยวกับเงินและการเงินใหม่

รับรองว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นการออมเงินที่ดีอย่างแน่นอน

2. คำนวณและตั้งเป้าหมายเกี่ยวกับเงินเกษียณ

แน่นอนว่าการเริ่มต้นเก็บเงินสำหรับผู้ที่ไม่มีเงินเก็บเลยก็คือการคำนวณเงินที่จำเป็นต้องใช้ หรือเงินที่ต้องการจะใช้ในช่วงเกษียณอายุนั่นเอง ซึ่งการคำนวณนี้จะต้องคิดถึงทุก ๆ ด้านของ

การใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นค่ารั กษ าพย าบาล ค่าที่อยู่อาศัย ค่ากินอยู่ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จากนั้นนำยอดเงินที่เราต้องการเอาไว้ใช้ในย ามเกษียณแต่ละเดือนมาคำนวณอีกครั้งว่าจะต้องออมเงิน

ในปัจจุบันเป็นจำนวนกี่บาทต่อเดือน จึงจะสามารถเก็บเงินได้ตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ หนึ่งในสิ่งที่ห้ามลืมสำหรับการคำนวณจำนวนเงินที่ต้องเก็บสะสมนั้นก็คือ “อัตราเงินเฟ้อ” เพราะแน่นอนว่า

ทุก ๆ ปีนั้นอัตราเงินมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

3. เริ่มศึกษาการล งทุ นเพื่อให้เงินทำงาน

สำหรับหลาย ๆ คน เรื่องของการล งทุ นดูจะเป็นเรื่องที่ไม่คุ้นเคย ดูยุ่งย ากและมีความเสี่ ยงสูง แต่ในความเป็นจริงแล้วการล งทุ นมีอยู่หลากหลายรูปแบบเพื่อให้คุณได้เลือกล งทุ น จากคนที่

ทำงานมานานและไม่มีเงินเก็บนั้น หากเริ่มเก็บเงินได้แล้ว ก็ควรมองหาการล งทุ นเอาไว้เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าของเงินที่มีอยู่ให้มากขึ้นก็จะเป็นการช่วยให้เก็บเงินได้อีกวิธีหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่า

การล งทุ นนั้นมีโอกาสได้ผลตอบแทนมากกว่าการฝากประจำหรือการเก็บเงินไว้เฉยๆ การล งทุ นสำหรับมือใหม่นั้นก็ไม่ได้ยุ่งย ากอย่างที่คิด คุณอาจจะเริ่มจากการล งทุ นในกองทุนรวมต่าง ๆ

ก่อนได้ โดยทำการเปิดบัญชีกับธนาคารได้ทันที ซึ่งข้อดีของการนำเงินไปล งทุ นกับเหล่ากองทุนรวมนั้นก็คือ มีผู้ดูแลเงินล งทุ นให้ตลอดเวลา และเป็นผู้ที่มีความเป็นมืออาชีพเสียด้วย อีกทั้ง

ยังทำให้คุณสามารถเข้าถึงการล งทุ นในสินทรัพย์ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น และสุดท้ายคือผลประโยชน์ด้านการลดหย่อนภาษีด้วยนั่นเอง

ดังนั้นการเริ่มเก็บเงินตั้งแต่วันนี้และเร่งเงินโตด้วยการล งทุ นกับกองทุนรวม ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางการเก็บเงินที่ทำให้ได้ผลประโยชน์หลากหลายทางเลยทีเดียว ยิ่งถ้าคุณเป็นมนุษย์เงินเดือน

ที่ไม่มีเงินเก็บแล้วล่ะก็ บอกเลยว่าไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าการล งทุ นในกองทุนรวมอีกแล้ว หากไม่มั่นใจและไม่อย ากเสี่ ยงมาก ก็ให้เลือกล งทุ นกับกองที่มีความเสี่ ยงต่ำเพื่อเรียนรู้ก่อนก็ได้

ซึ่งปัจจุบันสามารถล งทุ นต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือนได้ ที่เรียกกันว่า DCA (dollar-cost averaging) การล งทุ นแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน โดยล งทุ นเป็นงวด ๆ งวดละเท่า ๆ กัน อาจล งทุ นเป็นรายเดือน

รายไตรมาส โดยไม่สนใจว่าราคาหุ้นที่เราจะซื้อตอนนั้นเป็นราคาเท่าไร จะขึ้นหรือจะลง การล งทุ นแบบนี้จะเป็นการล งทุ นแบบอัตโนมัติไปเรื่อย ๆ โดยตั้งเป้าหมายเป็นจำนวนเงินที่

ต้องการล งทุ นเป็นหลัก การที่เป็นคนอายุ 30 แต่ยังไม่มีเงินเก็บนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะทุกคนมีปัจจัยการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันออกไป แน่นอนว่าคุณควรเริ่มต้นวางแผนการใช้เงิน

การออม  และการบริหารเงินให้เร็วที่สุด เพราะอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้าคุณก็จะเกษียณ หากคุณเริ่มออมและวางแผนการเงินตั้งแต่ตอนนี้ ก็มั่นใจได้เลยว่าชีวิตช่วงเกษียณของคุณจะดีกว่าที่คิด

อย่างแน่นอน ปิดท้ายด้วยการมองหาตัวช่วยบริหารเงินดี ๆ อย่าง Kept by krungsri แอปเก็บเงินแนวใหม่จากธนาคารกรุงศรีช่วยเก็บเงินง่ายและสนุกกว่าเดิม ผ่านการทำงานร่วมกันอัตโนมัติ

ของ 3 บัญชี ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือน 1 กระเป๋า 2 กระปุก (บัญชี Kept, Grow, Fun) แค่ปรับนิด ชีวิตก็เปลี่ยนแล้ว!

ขอบคุณที่มา : k e p t b y k r u n g s r i

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

12 สัญญาณเตือนว่า ทำไมเราควรมีเงินเก็บสำรองได้แล้วนะ

1.ใครทำงานแบงค์ รีบมองหางานใหม่ก่อนที่จะถูกปลดเพราะระบบใหม่ของธนาคารเน้นใช้แอพมากกว่าการที…