Home ข้อคิด จากลูกจ้าง ให้กลายเป็นนายตัวเอง จะเริ่มจากตรงไหนดี

จากลูกจ้าง ให้กลายเป็นนายตัวเอง จะเริ่มจากตรงไหนดี

18 second read
0
0
286

เชื่อว่าหลายๆ คน อาจจะเบื่องานประจำ ที่กำลังอยู่อย ากจะลาออกไป ทำธุรกิจของตัวเอง ซึ่งก็มีอยู่ 2 ขั้นตอนทีคนส่วนใหญ่ทำกัน คือ ลาออกงานเลยแล้วไปสร้างธุรกิจของตัวเอง

และยังไม่ลาออกจากงานแต่วางแผนไปเรื่อยๆ ในการสร้างธุรกิจให้เป็นรูปเป็นร่าง แล้วค่อยลาออกโดยอันหลังจะเป็นหลักประกั น ความเสี่ ย งได้ดีกว่าเพราะยังมีเงินประจำอยู่วันนี้

เราจะนำเสนอ 12 ขั้นตอน ก้าวจากการเป็นลูกจ้างสู่ การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อเป็นแนวทางให้ กับบรรดาพนักงานประจำ ที่ต้องการอย ากเป็นนายตัวเองหรือเจ้าของธุรกิจในอนาคตครับ

1. มองโอกาสของธุรกิจ

ถือว่าสำคัญมาก แม้ว่าเราชอบหรือ อย ากจะทำอะไร แต่ถ้าทำไปแล้ว ไม่มีลูกค้าไม่มีคนซื้ อก็ไม่คุ้มค่า กับการล งทุ น ดังนั้นการที่คิดจะทำธุรกิจอะไร ต้องวิเคราะห์ตลาดและพฤติกรร ม

ผู้บริโภคด้วย ว่าล งทุ นวันนี้ แล้วพรุ่งนี้ลูกค้ายังจะซื้ อเราอีกไหมหรือธุรกิจที่เราชอบในวันนี้ อีก 1- 2 ปีข้างหน้า ยังจะได้รับความนิยม อยู่หรือไม่เราต้องมองโอกาสของธุรกิจด้วย

2. วางแผนการตลาดและแผนธุรกิจ

การตลาด ที่ได้รับความนิยม ในวันนี้ คือการใช้ช่องทางสื่อส า รผ่านทางออนไลน์โดยเฉพาะ S o c i a l M e d i a ต่างๆ เพราะสาสามารถเจ้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดีที่สุด

ขณะเดียวกันเราต้องจัดทำแผนธุรกิจ ระบุรายละเอียดต่างๆ ว่าเป้าหมายของธุรกิจคืออะไร เราต้องทำงานอะไรบ้ าง ให้ประสบความสำเร็จ แผนธุรกิจจะครอบคลุมโครงสร้างส่วนต่างๆ ของธุรกิจ

3. สอบถามลูกค้าเพื่อหาไอเดีย

เชื่อมโยงกับข้อ 2 เพราะก่อนจะล งทุ น ทำธุรกิจอะไรให้ประสบความสำเร็จ อย ากแรกต้องดูเทรนด์ตลาด และความต้องการของผู้บริโภคด้วย อาจทำแบบสอบถามหรือพูคุยกับลูกค้า

ในพื้นที่นั้นๆ โดยตรงหรือสอบถามทางช่องทางออนไลน์ก็ได้ว่าลูกค้าชอบสินค้าหรือบริการที่เราอย ากจะทำหรือไม่ เพื่อเป็นการแนวร่วมเดียวกัน ถ้าสอบถามหลายๆ คนบอกว่าไม่ชอบเรา

ก็ยังสามารถปรับเปลี่ยน ธุรกิจก่อนที่จะล งทุ นจริงๆ จังๆ ได้ทันเวลา

4. กำหนดสิ่งที่อย ากทำ

เมื่อเราอย ากเป็นเจ้าของธุรกิจ เราต้องค้นหาหรือ ถามตัวเองว่าอย ากทำอะไรหรือ ชอบอะไรเป็นพิเศษ ยิ่งถ้าเรารักในสิ่งที่อย ากทำด้วยแล้ว ก็จะทำให้ธุรกิจที่จะทำประสบ

ความสำเร็จได้ง่ายขึ้น เพราะเราจะตั้งใจทำอย่างเต็มความสามารถ

5. การหาแหล่งเงินทุน

ถ้าเราคิดจะทำธุรกิจขาดเล็ก เราอาจใช้เงินเก็บ จากการทำงานประจำ มาใช้จ่ายช่วง 1- 2 เดือนแรกก่อนก็ได้ ถ้าหากมีเงินเก็บจำนวนมากแต่ถ้าอย ากทำธุรกิจที่มันใหญ่ขึ้น

เพราะมีตลาด และลูกค้ารองรับอยู่แล้ว ก็อาจจำเป็นต้องหาแหล่งเงิน ทุนที่ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่างๆ รวมถึงแหล่งเงินทุนจากญาติพี่น้อง

6. เริ่มต้นจากธุรกิจขนาดเล็กๆ

เป็นการทดลอง การทำธุรกิจว่าจะไปได้หรือไม่ได้ เหมือนเป็นการลองผิดลองถูก ถ้าเจ๊งก็ไม่ต้องเสียเงินงบประมาณจำนวนมาก แต่ถ้าไปรอดหรือได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด

และลูกค้า ก็ค่อยๆ ขยับขย ายธุรกิจให้มีขนาดใหญ่ขึ้นที่สำคัญเหมาะสำหรับช่วง ที่เรายังทำงานประจำอยู่ ยังปลีกตัวไปทำเต็มตัวไม่ได้ ต้องทำขนาดเล็กๆ ไปก่อน

7. ลาออกจากงานประจำ

เมื่อธุรกิจ พร้อมแล้วให้ลาออกจากงานประจำวัน เพื่อทำงานของตัวเอง อย่างเต็มที่ แต่อย่าลืมว่าในการออกมาทำธุรกิจของตัวเองนั้น ในวันข้างหน้าเราอาจจะต้องได้พบเจอ

กับหัวหน้าเก่าเจ้านายเก่าหรือเพื่อนร่วมงานเก่าๆ ดังนั้น ก่อนการลาออกต้องบอกเจ้านายและ เพื่อนร่วมงานให้ดี ไม่บาดหมางใจกันเพราะอนาคตธุรกิจอาจต้องพึ่งพาช่วยเหลือกัน

8. ตั้งงบประมาณในการทำงาน

ช่วงเวลา ที่เราทำงานประจำ อาจจะไม่สามารถจัดสรร เรื่องงบประมาณในการทำธุรกิจได้อย่างเต็มที่ แต่เมื่อเราออกจากงานประจำมาบริหารกิจการของเราอย่างเต็มที่แล้วอย่างแรก

เราต้องบริหารงบประมาณในการทำธุรกิจแยกออก เป็นแต่ละส่วน ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การตลาด การจำหน่าย การขนส่ง รวมเงินทุนหมุนเวียนในบริษัท เป็นต้น

9. วางโครงสร้างบริษัท

ในเวลาเดียวกัน ถ้าเราจะเดินหน้า ธุรกิจจริงๆ ต้องมองด้วยว่าจะจัดตั้งบริษัทในรูปแบบไหน เช่น บริษัทคนเดียว หรือหุ้นส่วน หรือจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วน นิติบุคคล เป็นต้นเพื่อที่

จะได้รับการดูแลตามกฎหม าย อย่างถูกต้อง

10. ประเมินธุรกิจ และปรับเปลี่ยน

หลังจากที่เราได้ทดลอง เริ่มต้น ธุรกิจไปแล้ว พอผ่านไปได้ประมาณเดือนกว่าๆ ก็ลองมาวิเคราะห์ธุรกิจดูว่า ผลกาตอบรับจากตลาดและลูกค้าเป็นอย่างไร ยอดขายเพิ่มขึ้นทุกวัน

หรือไม่หรือคงที่ หรือยอดขายตกเมื่อเราเห็นภาพก็จะสามารถนำไปปรับปรุงแก้ไข ได้ทันท่วงที โดยนำเอาข้อเสนอแนะ จากลูกค้ามาปรับปรุงให้ตอบโจทย์ลูกค้า จะดีที่สุดครับ

11. รวบรวมทีมงาน

มาถึงตรงนี้ ถ้าความคิด ในการทำธุรกิจของเรา จะเป็นไปได้มากที่สุด ผลการตอบรับจากช่วงทดลองทำการตลาด ได้รับผลการตอบรับดี ต่อไปเราต้องคิดว่าถ้าเราออกจากงาน

เพื่อมาทำธุรกิจของเราเต็มเวลา เราจำเป็นต้องทีมงาน เพื่อการขย ายธุรกิจให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นทีมงานการตาด การเงิน การผลิต การบริการลูกค้า เป็นต้น

12. ปรับขนาดธุรกิจตามแผนการตลาด

สุดท้ายคือ การทำธุรกิจให้เป็นไปตามแผนงาน หรือแผนธุรกิจที่เราได้เขียนเอาไว้ตั้งแต่เริ่มต้น ถ้าออกจากงานแล้วธุรกิจไปได้สวย แต่ตอนแรกแผนธุรกิจเขียนเล็กๆ เราก็ต้อง

มาปรับขนาดธุรกิจให้เท่ากับ แผนการตลาดในปัจจุบันเช่น ถ้าสินค้าเป็นที่ต้องการ ของตลาดต่างประเทศเราก็ต้องปรับขนาดธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับตลาดต่างประเทศ เช่น

อาจต้องเพิ่มทีมงานด้าน ต่างประเทศโดยเฉพาะ รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิตที่มากขึ้นด้วยทั้งหมดเป็นขั้นตอน ในการก้าวไปสู่ในการเป็นเจ้าของกิจการหรือการเป็นนายตัวเอง

ในขณะที่เรายังเป็นลูกจ้างอยู่ซึ่งถือเป็นแนวทางที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้กันมากเพราะการวางแผนเป็นเจ้าของธุรกิจตั้งแต่เรายังทำงานประจำจะมีความเสี่ ย ง น้อยกว่าการลาออก

จากงานมาเริ่มต้นธุรกิจเลย อย่างน้อยเราก็มีเงินทุนหมุนเวียนในขณะที่เราเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ อยู่

ขอบคุณที่มา : t h a i s m e s c e n t e r

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

เคล็ดลับ หัวหน้าที่ดี ที่มัดใจลูกน้องได้อยู่หมัด

ไม่มีใครอยากเปลี่ยนงานบ่อย โดยไม่มีเหตุจำเป็นไม่ว่าจะเป็นคนในแผนกใด ขององค์กรก็ตาม ถ้าเป็น…