Home ข้อคิด จะบริหารเงินอย่างไร ในเมื่อมีหนี้ให้ใช้ แต่เงินเก็บก็ต้องมี

จะบริหารเงินอย่างไร ในเมื่อมีหนี้ให้ใช้ แต่เงินเก็บก็ต้องมี

5 second read
0
0
21

หลายๆ คนต้องพบกับปัญหา ที่ว่าทำงานได้เงินมาเท่าไหร่ก็ต้องนำไปชำระหนี้สินจนหมด ทำให้ไม่สามารถออมเงินได้ แต่จะมีกี่คนที่รู้ว่าถึงเรามีหนี้ เราก็ควรต้องแบ่งเงินเก็บไว้ด้วย

เพราะผมพบตัวอย่างคนใกล้ตัวที่มีหนี้แต่ไม่วางแผนออมเงินไว้เลย ลองอ่ า นดูนะครับ…วันหนึ่งลูกชายเพื่อนผมดันขี่มอเตอร์ไซค์ ไปชนท้ายรถราคาแพงคันนึง โชคดีที่เจ้าของรถยนต์

เขาเห็น บ า ด เ จ็ บ หนัก ก็เลยไม่คิดจะเอาเรื่องแต่ก็ต้องเสียค่า รั ก ษ า พ ย า บ า ล กับค่าซ่อมรถมอเตอร์ไซค์หมดเป็นหมื่น เพื่อนผมเล่าไปก็ร้องไห้ไป เพราะมันทุกข์ใจว่าหนี้เก่า

ยังชำระไม่หมดยังต้องกู้เงินเพิ่มมา รั ก ษ า ลูกอีก ทุกวันนี้อย่าได้คิดถึงการออมเงินเลย เพราะไม่ว่าจะหาเงินมาได้เท่าไหร่ก็ต้องนำไปชำระหนี้หมดชีวิตนี้เป็นหนี้ไม่จบไม่สิ้นสักที

และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ผมต้องเริ่มคิดใหม่!!ผมเริ่มคิดว่าตัวเองมองอะไรพลาดไปหรือเปล่า นอกจากความรับผิดชอบในการใช้หนี้ และสิ่งที่ผมพลาดคือ ลืมคิดถึงแผนสำรอง

เผื่อช่วงที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การเกิด อุ บั ติ เ ห ตุ มันทำให้ผมรู้ว่าคนที่มีหนี้อย่างน้อยก็ต้องมีเงินออมที่เรียกว่า “เงินฉุ กเ ฉิ น” เก็บไว้ด้วย เพราะเงินก้อนนี้นั้นสำคัญกับชีวิต

มากจริงๆมาถึงตรงนี้หลายคนคงคิดว่า “คงเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะสามารถมีเงินออมได้ ถ้าหากยังมีหนี้สินอยู่”

งั้นเรามาดูวิธีแบ่งเงินใช้หนี้และมีเงินเก็บแบบง่ายๆกันดีกว่า

ซึ่งขั้นตอนแรก นั้นสามารถทำได้ง่ายๆ เริ่มจากการเขียนบัญชีรายรับรายจ่ายเลยครับ!เพราะสามารถทำให้ทุกคนสามารถรู้ได้อย่างแน่นอนว่าเงินที่ได้มานั้น ใช้จ่ายไปในเรื่องใดบ้าง

เมื่อถึงวันที่เงินเดือนเข้าบัญชีหรือขายของมีรายได้เข้ามา ก็แบ่งเงินเป็น 2 กอง คือ กองที่เก็บและกองที่ใช้กองที่เก็บ คือ เงินสดสำรองฉุ กเ ฉิ น (จำนวนรายจ่าย ให้อยู่ได้อย่างน้อย1-3เดือน)

กองที่ใช้ คือ ใช้จ่ายหนี้สินและใช้จ่ายส่วนตัวเทคนิคของผม ง่ายนิดเดียวครับ แค่แบ่งเงินเก็บไว้ก่อนใช้เสมอ ค่อยๆ ออมเงินจนกระทั่งครบตามจำนวนที่ตั้งไว้เช่น ถ้าเรามีรายจ่าย

เดือนละ 10,000 บาท ดังนั้นเงินฉุ กเ ฉิ นต้องเตรียมไว้ คือ อย่างน้อย 10,000-30,000 บาทโดยเริ่มต้นแบ่งเงินรายได้มาเก็บทุกเดือน อาจจะเดือนละ 500 – 1,000 บาท จำนวนที่เก็บ

ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคนแต่ผมอยากบอกว่าจำนวนเงินที่เก็บยังไม่สำคัญเท่าวินัยที่จะเก็บให้ได้ทุกเดือน เพราะหากมีวินัย เงินเก็บก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนครบในที่สุดครับ

หลังจากแบ่งเงินเพื่อเก็บแล้ว ก็แบ่งเงินอีกส่วนมาชำระหนี้ที่มีอย่างสม่ำเสมอทุกงวดจะได้มีประวัติเป็นลูกหนี้ที่ดีสุดท้าย เหลือเงินเท่าไหร่ก็ค่อยเอาใช้ส่วนตัวนะครับ ผมเสริมเทคนิคอีกนิดครับ

ผมลองเอาเงินส่วนที่เหลือนี้ มาหารจำนวนวันที่เหลือก่อนที่เงินของเดือนใหม่จะเข้าบัญชี ผมลองตั้งวงเงินใช้จ่ายทั่วไปให้ตัวเอง 200 บาทต่อวันเท่านั้น แต่ผมยังมีเงินเหลือรายวันอีกถึง

แม้จะเหลือไม่เยอะ แต่ผมก็ได้ฝึกวินัย และสามารถลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อยได้อย่างมีสติครับ

เหตุผลที่เราควรมี เงินสำรองฉุ กเ ฉิ น

ทำไมทุกคนควรมีเงินออม หรือที่ผมเรียกว่าเงินสำรองฉุ กเ ฉิ น? เพราะหากวันใดวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอาจจะ บ า ด เ จ็ บ จนไม่สามารถหารายได้ ในแต่ละวันได้ เราก็ยังมีเงิน

มาพอใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและเงินออมนั้นยิ่งมีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถทำให้เราสบายใจได้มากขึ้น เรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละคนซึ่งเงินฉุ กเ ฉิ นก้อนนี้ จะทำให้เรารอดพ้น

วิ ก ฤ ต ของชีวิต และทำให้เราไม่เป็นหนี้ก้อนโตเพิ่มนั่นเองครับ

ขอบคุณที่มา : t i d l o r

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

12 สัญญาณเตือนว่า ทำไมเราควรมีเงินเก็บสำรองได้แล้วนะ

1.ใครทำงานแบงค์ รีบมองหางานใหม่ก่อนที่จะถูกปลดเพราะระบบใหม่ของธนาคารเน้นใช้แอพมากกว่าการที…