Home ข้อคิด คำพูดเหล่านี้ อย่าได้เผลอพูดกับหัวหน้า ถ้าอยากมีอนาคต

คำพูดเหล่านี้ อย่าได้เผลอพูดกับหัวหน้า ถ้าอยากมีอนาคต

13 second read
0
0
509

“เห็นเขาว่า…”

หลีกเลี่ยง ‘วงเล่า’ จำพวกซุบซิบนินทา…ตามประสาคนชอบสอดเรื่องชาวบ้ าน ก็ดีครับ เวลาเห็นเหล่าสมาชิกพรรค ‘วงเล่า’ ตั้งกลุ่มเมาท์ทูเมาท์กันเมื่อไหร่ ก็พย าย ามอย่าให้ตัวเราลงไปนั่งคลุกคลีอยู่ในวงเหล่านั้น แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็รู้จักฟังหูไว้หู คิดเสมอว่าความจริงคืออะไร! เราไม่รู้หรอก

ไม่ใช่เรื่องของเรา และที่สำคัญ! อย่าพย าย ามแสดงความคิดเห็นใดๆทั้งสิ้น ฟังและยิ้มรับอย่างเดียวเป็นดีครับ เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้จะทำให้หัวหน้ามองเราไม่เป็นมืออาชีพ และไม่มีความเป็นผู้ใหญ่พอที่จะตบเท้าก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งผู้นำได้

“ทำไม่ได้ครับพี่!”

ความจริงสะอาดและงดงามเสมอ…แต่ทำ ‘ได้’ ‘ไม่ได้’ ก็บอกเขาไปก่อนว่าเราทำได้! เชื่อเถอะครับว่าไม่ว่าจะเป็นหัวหน้า-หัวหลัง คนไหน ต่างก็อย ากได้ยินลูกน้องของตัวเองบอกว่า ‘ทำได้’ ทั้งนั้น การบอกว่าเรา ‘ทำได้’ (ทั้งที่ความเป็นจริงอาจกำลังอึ้งกิมกี่อยู่ก็ตาม) แสดงให้เห็นว่าเรามีศักยภาพที่เต็มเปี่ยม

และพร้อมที่จะเรียนรู้ไม่ว่าจะย ากเย็นแค่ไหน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความไว้วางใจของหัวหน้าที่มีต่อเรา ในขณะเดียวกัน, คำว่า ‘ทำไม่ได้’ แสดงให้เห็นถึงการขาดความมั่นใจ และการไม่มีความพย าย ามเอาเสียเลย ไม่ว่ายังไงก็ตอบว่า ‘ทำได้’ ครับ หรือหากอย ากเลี่ยงบาลีสันสกฤตหน่อย แค่ ‘โอเคครับพี่!’

ก็ไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด รับรองว่าเราจะกลายเป็นบุคคล ‘หมายมั่นปั้นมือ’ ของหัวหน้าขึ้นมาทันทีเชียวล่ะ จำไว้เสมอว่า…หัวใจที่ยอมแพ้ ก็เท่ากับแพ้ตั้งแต่เริ่ม“ไม่รู้ครับพี่!”ไม่จำเป็นต้องตอบคำถามทุกคำถามก็ได้ บางครั้งการคาดเดาอย่างมีเหตุผล และรับปากว่าจะลองไปหาคำตอบที่ถูกต้องมาให้…

ก็ยังจะดีกว่าตอบง่ายๆทึ่มๆว่า “ผมไม่รู้!” บางครั้งการตอบแบบนั้นอาจแสดงให้เห็นถึงคนที่ไม่รู้จักใช้ความคิด หรือที่เราเรียกกันว่า ‘ชนชั้นกลวง’ นั่นเอง ใครจะตาบ อ ดมืดมิดเท่ากับคนไม่อย ากรู้…นั้นไม่มี! ครับ

“ไม่รู้ครับพี่!”

ไม่จำเป็นต้องตอบคำถามทุกคำถามก็ได้ บางครั้งการคาดเดาอย่างมีเหตุผล และรับปากว่าจะลองไปหาคำตอบที่ถูกต้องมาให้…ก็ยังจะดีกว่าตอบง่ายๆทึ่มๆว่า “ผมไม่รู้!” บางครั้งการตอบแบบนั้นอาจแสดงให้เห็นถึงคนที่ไม่รู้จักใช้ความคิด หรือที่เราเรียกกันว่า ‘ชนชั้นกลวง’ นั่นเอง ใครจะตาบ อ ดมืดมิดเท่ากับคนไม่อย ากรู้…นั้นไม่มี! ครับ

“ผมจะ(ลา)ออก!”

อย่าพย าย ามขู่เข็ญบริษัทด้วยการปาวๆว่าจะลาออก เพราะมันช่างดูไม่เป็นมืออาชีพเอาเสียเลย นอกจากจะทำให้เราดูเป็นคนมีทัศนคติที่ไม่ค่อยดีแล้ว ยังจะทำให้คนอื่นพิจารณาว่าเราเป็นตัวเสี่ ยงภัยต่อบริษัทอีกด้วย อย่าให้ใครมาบอกว่า…เราเป็นคนมองโลกในแง่ ‘ร้ า ย’ ครับ

อย่าได้สบถ!

อย่าได้บังอาจสบถใส่บุคคลที่ป้อนเงินให้เราเป็นอันขาด เข้าใจว่าด้วยความสนิท อาจเป็นเหมือนพี่เหมือนน้อง เฮฮาสนุกกันได้ ถึงจะไม่ได้มีใครบัญญัติไว้ แต่ก็อย่าเผลอไผลพูดออกไปเชียวล่ะ นานวันเข้ามันอาจแสดงถึงการไม่รู้กาลเทศะ และไม่รู้จักความเคารพของเราได้ เก็บไว้พูดกับเพื่อน แฟน ผัว หรือ

เมีย จะดีกว่าครับ…ถึงแม้จะเ จ็ บตัว แต่รับรองว่าไม่เ จ็ บกาย เ จ็ บใจอย่างแน่นอน!

“นี่มันไม่เกี่ยวกับผมครับ” หรือ “นี่ไม่ใช่งานของผมครับ”

ท่องไว้เสมอว่าประการอันใหญ่หลวงที่หัวหน้าเราจ้างเราทำงานก็คือ…เพื่อทำให้ชีวิตของเขาง่ายขึ้น! จะเป็นหน้าที่ของเราหรือไม่ ไม่ว่าหัวหน้าจะฝากฝังงานอะไรมา ก็ต้องยอมจำนน…ศิโรราบแต่โดยดีครับ อย่ามาลีลาว่าอย่างนั้น อย่างนี้ ตอนเขียนใบสมัครมาให้เราเป็นครีเอทีฟคิดงานอยู่ในโลก อยู่ดีๆให้ออกนอกโลก

ไปขายงานลูกค้าเฉย บางครั้งการชกมวยที่ดีก็คือการบุกเข้าชน ไม่ใช่มวยติ๊ดชึ่ง! เด้งเชือกไปเรื่อย ถ้าเรามีประสิทธิภาพจริง ก็ต้องสามารถทำได้หลายๆอย่าง การบอกว่า ‘ไม่ใช่หน้าที่ของเรา’ แสดงให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัว ทีเงินเดือนที่เคยเรียกมาตอนสัมภาษณ์ ยังขอให้เขาปรับขึ้นได้ พอเวลาเขาขอให้เราทำงาน

นอกเหนือจาก Scope หน่อย…ทำมาเป็นเถรตรง!

“ผมขอโทษครับ, แต่ว่า…”

ขงจื๊อกล่าวเสมอว่า…จงพูดความจริง แม้มันจะนำพามาสู่ความต า ย การหาข้ออ้างเพื่อเลี่ยงความผิด เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง หรือที่ภาษาบ้ านๆเราพูดกันว่า ยังไงก็ไม่เนียน! บางครั้งการพูดความจริงยังจะดีเสียกว่า เพราะอย่างน้อยเราก็รู้จักเคารพและให้เกียรติต่อตนเอง แล้วนับภาษาอะไรที่คนอื่น

จะไม่อย ากเคารพและให้เกียรติเรา…ไม่เว้นแม้หัวหน้าของเราเอง

“ไม่!”

“สมยอม, วันนี้คุณช่วยดูงานของบุญส่งหน่อยได้ไหม?” / “ไม่ครับ!”… จบเห่กันเลยทีเดียว บางครั้งถ้าเราไม่ว่างจริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องตอบ ‘ไม่’ เสมอไป ยังมีวิธีตอบที่ชาญหลาดกว่านี้เป็นร้อยเท่า อาทิ “วันนี้จะดีกว่าถ้าให้ผมตั้งใจกับงานขายลูกค้าที่ต้องไปพรีเซนต์ในวันพรุ่งนี้…หัวหน้าว่าดีไหมครับ?”

นี่สิครับถึงจะเรียกว่ารู้จักคิด รู้จักตอบ…อย่างหลักแหลม

“ผมจะลองดู”

หลายคนหลงคิดว่าการบอกว่าจะ ‘พย าย าม’ เป็นคำตอบที่ดีและพอรับได้ แต่ในความเป็นจริงมันกลับทำให้หัวหน้าของเรารู้สึกถึงความไม่แน่ใจ และเผลอๆอาจรำลึกในใจด้วยว่า “ข้าพเจ้าจะจ้างมันมาทำไมว่ะเนี่ย!” ลองนึกดูซิครับว่าถ้าวันนึงเราถามหัวหน้าของเราว่า “พี่จะช่วยเซ็นเชคเบิกค่าน้ำมันให้ผม…ในการไปพบลูกค้า

ก่อนสิ้นเดือนนี้ได้ไหมครับ?” แล้วหัวหน้าคุณตอบว่า “ผมจะลองดูนะ!”… เราจะรู้สึกยังไงล่ะครับ ‘ลอง’ มาก ระวังลาภหายนะ

“ผมเบื่อ”

บ่อยครั้งที่เราเกิดอาการอ่อนล้า เพลีย และเบื่อหน่ายกับการถาโถมทำงานอย่างหนักตลอดสัปดาห์เต็มๆ เราจึงเลือกที่จะระบายความเ ค รี ย ดเหล่านั้นกับบุคคลที่ไม่ควรอย่างยิ่ง…หัวหน้า! สิ่งที่สำคัญที่ต้องระลึกไว้ก็คือเราถูกจ้างมาเพื่อทำงานให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด และเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นสนใจในการทำงาน

ซึ่งเป็นหน้าที่ของเราที่จะหาวิธีทำให้การทำงานของเราสนุกและน่าสนใจยิ่งขึ้น บ่นระบายกับหัวหน้ามากๆ ประเดี๋ยวหัวหน้าก็ขอระบาย(เรา)ออกบ้ างหรอกครับ ทุกที่มีความสุข…ตราบที่เราพกมันไปด้วย

“แล้วผมจะได้อะไรจากการทำงานชิ้นนี้?”

จะเอาอะไรอีกล่ะครับ! ได้เงินเดือนทุกเดือนนี้ยังไม่พออีกหรือ การทำงานที่ดีไม่ใช่แค่คอยสอดส่องมองหาว่าจะได้อะไรเพิ่มบ้ าง แต่เป็นการที่เรารู้ตัวเองดีว่าเราทำอะไร แล้วจะเกิดประโยชน์อย่างไรกับตัวเอง จำไว้ครับว่า…การได้รับที่แท้จริง ไม่ใช่การเรียกร้องถามจากคนอื่น แต่เป็นการที่เรารู้อยู่แก่ใจต่างหาก

“ผมได้เคยลองพย าย ามแล้ว!”

เป็นเรื่องธรรมด๊า-ธรรมดาที่เราต้องทำใจครับว่าหัวหน้าทุกคนมีความเกียจคร้านแฝงอยู่ในจิตใจเสมอ บ่อยครั้งที่หัวหน้ามักจะเรียกให้เราช่วยไปคิดงานนู่นนี่ให้หน่อย และพอกลับมาหาเขาอีกครั้ง ก็มักจะมีไอเดียที่เขาอย ากได้คิดไว้ในใจอยู่แล้ว จนหลายครั้งเราอดสงสัยไม่ได้ว่า “แล้วทำไมลูกพี่ไม่คิดเองตั้งแต่แรกฮะ!”

ข่มใจเอาไว้ครับ แล้วเลือกที่จะพูดว่า “ผมว่าจะดีกว่าหากเราลองไอเดียอื่นที่น่าจะได้ผลมากกว่า” พร้อมรอยยิ้มโชว์ฟั น เผยริมฝีปาก แต่อย่าเผลอไผลแลบลิ้นออกไปล่ะครับ!

“ก็…ผมทำดีที่สุดแล้ว”

คำนี้คือการละทิ้งความรับผิดชอบอย่างหาที่สุดไม่ได้จริงๆ ถ้าเราทำผิดพลาด แล้วยังมีหน้ามาบอกเจ้านายว่าทำดีที่สุดแล้ว นั่นก็แลดูจะกระไรอยู่นะครับ คนเราผิดพลาดได้เสมอตราบที่ยังมีลมหายใจ หากรอบหน้าผิดพลาดประการใด ลองเปลี่ยนมาเป็นพูดว่า “คราวหน้าผมจะไม่พลาดอีกครับ” ยังจะดีเสียกว่า

“เขา/เธอนั้นงี่เง่า”

การต่อว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่นให้หัวหน้าฟัง ก็เหมือนเป็นการเล่าข้อเสียตัวเองให้หัวหน้าฟังเช่นกัน ยับยั้งชั่งใจไว้บ้ างก็ดี หัวหน้าไม่ได้อย ากรู้เรื่องของคนอื่นหรอกครับ เขาอย ากรู้แค่ว่าตัวเราเองจะทำอะไรให้เขาได้มากแค่ไหน และเกิดประสิทธิภาพที่ดีที่สุดเท่านั้นเอง

“ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า…”

ประโยคสั้นๆนี้อาจทำให้หัวหน้าหลายคนรู้สึกไม่อย ากฝากฝังอะไรกับเรานัก เพราะมันเป็นการบ่งบอกถึงความไม่เอาใจใส่ และขาดความรับผิดชอบ ลองนึกเล่นๆดูครับว่า ถ้าหัวหน้าของเราไหว้วานให้เราไปรับลูกสาวที่โรงเรียนตอนสี่โมง แล้วเราก็ตบปากรับคำเป็นอย่างดี ปรากฏว่าตอนหกโมงเย็นเดินเข้าไปหาหัวหน้า

แล้วยืนเกาหัวสไตล์เซอร์ๆเท่ๆนิดๆ พร้อมกับพูดว่า “ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ครับว่า…” แล้วมันควรไหมล่ะครับ?

“ผมไม่สามารถทำงานกับเขา/เธอ ได้”

การเข้ากับเพื่อนๆที่โรงเรียนไม่ได้…นับไม่ใช่เรื่องที่ดีในการไปโรงเรียนนัก เช่นเดียวกันกับการทำงาน มันแสดงให้เห็นถึงการไม่มีประสิทธิภาพของเราเอง และยังแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ของงานที่จะออกมาไม่ดีอีกด้วย ยิ่งเราทำงานร่วมกับใครได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นการเสียบปลั๊กแห่งความสำเร็จหลายๆรูขึ้นอีกด้วย

“แต่ที่ทำงานเก่าผม…เขาทำกันแบบนี้”

บางครั้งเราอาจจะเคยชินกับการทำงานในวิธีแบบ(ที่)เดิมๆ…ที่เราจากมา แต่ขอให้นึกเสมอครับว่าที่ใหม่ๆก็ต้องลองวิธีใหม่ๆ หรือถ้าเราเห็นว่าวิธีเดิมที่เคยทำมามันใช้ได้ผล ก็อธิบายให้หัวหน้าเข้าใจครับว่าวิธีนี้ทำอย่างไร แล้วมันได้ผลอย่างไร แทนที่จะมานั่งบอกว่าที่เก่าเราทำแบบไหน… ถ้าอย ากใช้วิธีแบบเก่าจริงๆ ก็ต้องกลับไปอยู่กับที่เก่าๆเช่นกันครับ

“มันไม่ใช่ความผิดของผมจริงๆ มันเป็นความผิดของ…”

การโ อ นความผิดให้คนอื่น คือ การโยนของเสียเข้าตัวอย่างจัง! บ่อยครั้งที่ความผิดพลาดนั้นไม่ได้มาจากตัวเราจริงๆ แต่หนทางที่ดีที่สุดคือการออกตัวรับความผิดชอบนั้นๆ อาทิ “เดี๋ยวผมเอาไปแก้ไขให้” นอกจากจะทำให้หัวหน้ารู้ว่าไม่ใช่ความผิดของเราแล้ว ยังทำให้เขารู้สึกว่าเรามีศักยภาพในความเป็นผู้นำอีกด้วย

มัวแต่โยนให้คนนู้น คนนี้ ระวังคนอื่นจะโยนมาให้เราบ้ างนะครับ

“ก็ผมถามเขา/เธอ แล้ว”

การข้ามหน้าข้ามตาหัวหน้าของเราเอง ถือเป็นการละเมิดสิทธิคนจ่ายเงินเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้เรื่องบ้ างเรื่องจะไม่ได้เกี่ยวกับหัวหน้าของเรา เป็นเรื่องของ HR โดยล้วนๆ แต่อย่าลืมว่าสุดท้ายแล้วก็หัวหน้านี่แหละ ที่เป็นคนตัดสินฟั นธงทุกอย่าง ฉะนั้น, เวลาจะตัดสินใจอะไร ก็อย่าลืมนึกถึงหัวหน้าของเราด้วยครับ

การเข้าไปคุยกับเขา หรือบอกเล่ารายงานให้เขาฟัง…ก็ไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่ดีอีกด้วย ถือเป็นการให้เกียรติคนจ่ายเงินครับ

“หัวหน้าคนก่อนทำได้ดีกว่านี้ครับ”

เชื่อว่าคนเป็นหัวหน้าทุกคนมีความเชื่อมั่นในแบบแผนของตนเอง มากกว่าเชื่อแบบแผนของคนก่อนๆเสมอ เพราะเขาคือผู้ที่ยืนอยู่บนแท่นตำแหน่งปัจจุบัน อย่าท้าทายหัวหน้าของคุณด้วยการเปรียบเทียบกับหัวหน้าคนเก่า เพียงแค่เพราะว่าวิธีแบบคนเก่าทำให้คุณสะดวกสบาย มอบความเชื่อมั่นให้หัวหน้าของเรา

แล้วเขาจะมอบความเชื่อมั่นกลับมาให้เราเช่นกัน จะคนเก่า คนใหม่…แพ้ชนะก็วัดกันที่ผลลัพธ์ในปัจจุบัน ครับ

อย่าทำนิสัยเด็กๆ ขี้อิจฉา…ขี้ฟ้อง(ร้อง)

“ทำไมคนนี้ได้อย่างนี้ ทำไมคนนี้มีแบบนี้…แต่ทำไมผม/ฉัน ไม่มี!”

อย่าเอานิสัยเด็กๆระดับอนุบาลศึกษามาใช้กับหัวหน้าครับ เราเป็นสามัญชนรุ่นใหญ่แล้ว…ใจต้องนิ่งพอ เอาเวลาไปโฟกัสกับงานของเราจะดีกว่าไม่ใช่เรื่องบ้ าๆบอๆกับเงินเดือน หรือสิทธิพิเศษของชาวบ้ าน เพราะนั่นแสดงให้เห็นถึงการไม่มีความเป็นผู้นำที่ดีพอของเรา และยังส่อให้เห็นถึงการไม่บรรลุนิติภาวะอีกด้วย

ใครเขาจะอะไรก็ให้เขาไปครับ ไม่ใช่เรื่องของเรา อยู่นิ่งๆ และอย่าดิ้น ของๆเขา…ไม่ใช่ของๆเรา…อย่าไปอย ากได้ของคนอื่นเขา

“ผมขอกลับไวหน่อยนะวันนี้…เพราะวันนี้ไม่มีงานอะไรให้ทำเลย”

ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรที่เราจะขอกลับเร็ว แต่อย่าบอกว่ามันเป็นเพราะเราไม่มีอะไรทำ ในการทำงานคำว่า ‘ไม่มีอะไรให้ทำ’ ไม่มีหรอกครับ ไม่อย่างนั้นเขาจะเรียกว่าทำงานหรือ? ยังมีโปรเจคงานอีกตั้งหลายชิ้นที่อาจยังไม่ถึงเวลา แต่ในเมื่อเราสะสางงานอื่นเสร็จแล้ว ก็หันไปเริ่มทำงานใหม่ได้ทันที เชื่อเถอะครับว่าหัวหน้า

ทุกคนชอบลูกน้องที่ทำงานเสร็จไว และมีความกระตือรือร้นในการที่จะสะสางงานใหม่ในทันที ไม่ใช่…กลับไวในทันที

“โฮ…แล้วทำไมไม่บอกผมก่อน!”

แค่คำอุทานเริ่มต้น ‘โฮ’ ก็เจ๊งแล้วครับ! ประโยคนี้สื่อให้เห็นถึงความแข็งกระด้างอันหย าบโลน บางครั้งจะดีกว่าถ้าหากเราจะรอเพื่อความชัวร์ หรืออันที่จริง…บุกเข้าไปหาหัวหน้าเลยก็ได้ คุยให้ขาด เอาให้ชัดๆกันไปเลย บางทีคนที่เป็นคนคุมชีวิตพนักงานหลายสิบคน กับคนคอยจ่ายเงินให้แต่ละองค์…ก็อาจจะหลงๆลืมๆไปบ้ างครับ

“ก็ผมถามเขา/เธอ แล้ว”

การข้ามหน้าข้ามตาหัวหน้าของเราเอง ถือเป็นการละเมิดสิทธิคนจ่ายเงินเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้เรื่องบ้ างเรื่องจะไม่ได้เกี่ยวกับหัวหน้าของเรา เป็นเรื่องของ HR โดยล้วนๆ แต่อย่าลืมว่าสุดท้ายแล้วก็หัวหน้านี่แหละ ที่เป็นคนตัดสินฟั นธงทุกอย่าง ฉะนั้น, เวลาจะตัดสินใจอะไร ก็อย่าลืมนึกถึงหัวหน้าของเราด้วยครับ

การเข้าไปคุยกับเขา หรือบอกเล่ารายงานให้เขาฟัง…ก็ไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่ดีอีกด้วย ถือเป็นการให้เกียรติคนจ่ายเงินครับ

“ผมยังหาวิธีแก้ไขไม่ได้ครับ”

อย่าบอกหัวหน้าของคุณถึงปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งๆที่เรายังหาทางออกไม่ได้ คนเป็นผู้นำที่ดีจะบอกถึงวิธีแก้ไข, ส่วนผู้ตามจะคอยพูดถึงแต่ปัญหาที่เกิดขึ้น

“ผมยุ่งมากเลย…รอได้ไหมครับ?”

ถ้าอย่างนั้นหัวหน้าก็จะบอกเราเช่นกันว่า “ผมยุ่งมากเลย…เงินเดือนจ่ายช้าหน่อย ช่วยรอได้ไหม?” อย่าให้ต้องเป็นแบบนั้นเลยครับ การบอกให้หัวหน้ารอในเรื่องมอบหมายงาน ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ทางที่ดีที่สุดอย่าบอกให้เขารอ แต่จงบอกไปว่าเราจะทำสำเร็จได้เมื่อไหร่ พร้อมอธิบายเหตุผลที่ตรงไปตรงมา

อย่างชัดเจนครับ โลกไม่ได้เร่งรีบอะไร…แต่รอได้จนกว่าจะเพอร์เฟ็ค

“มันเป็นไปไม่ได้ครับพี่!”

บทเพลงๆนึงจากวงดนตรีรุ่นเก๋ายุค 70’s อันโด่งดัง วง ‘ดิอิมพอสซิเบิ้ล’ ที่เคยฝากฝังเพลงอันเลื่องชื่อไว้กับคนไทยชื่อว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ คำนี้ในแง่ของความรักก็ซาบซึ้งดีอยู่หรอก แต่หากเป็นเรื่องการทำงานแล้วล่ะก็…ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ครับ แน่นอนว่าหัวหน้าทุกคนอย ากได้ยินแต่คำว่า ‘เป็นไปได้’ ‘ทำได้’

และ ‘สำเร็จแน่!’ หลีกเลี่ยงไว้บ้ างก็ดี เป็นไปได้-เป็นไปไม่ได้ เราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ถ้าหากยังไม่เคยได้ลองทำมันอย่างตั้งใจจริง ปุถุชนทั้งหลายก็เปรียบเสมือนคนตาบอดเดินทางอยู่ในโลก…มีคุณธรรมเป็นไม้เท้า, ปุถุชนที่ทิ้งคุณธรรม ก็เหมือนกับคนตาบอดที่ทิ้งไม้เท้าเสีย…จะต้องลำบากในการดำเนินชีวิตสักเพียงใด?

ขอบคุณที่มา : m a r k e t i n g o o p s.

Load More Related Articles
Load More By FahFah FahFah
Load More In ข้อคิด

Check Also

เมื่อจำเป็นต้องดุลูก จะดุอย่างไรไม่ให้ทำร้ายจิตใจลูก

การอบรมสั่งสอนให้ลูกเป็นเด็กที่มีพฤติกรรมเหมาะสมกับการดุลูกเป็นของคู่กัน เพราะที่คุณพ่อคุณ…