Home ข้อคิด การเพิ่มบุญบารมีให้แก่ตนเอง

การเพิ่มบุญบารมีให้แก่ตนเอง

1 second read
0
0
986

ตามหลักแนวทางความเชื่อของ ศาสนาพุทธแล้วมักจะมีการเชื่อมโยงเกี่ยวกับ

“การทำความดี” ถือเป็นสิ่งที่ช่วยผลักดันส่งเสริมให้ผลแห่งบุญหนุนนำชีวิตให้ประสบพบเจอแต่เรื่องดีๆ

มีความสุขทางใจ และบางครั้งที่ชีวิตตกต่ำถึงจุดอับ การทำบุญก็สามารถช่วยเสริมสิริมงคลให้กับตัวผู้ทำได้อย่ างอัศจรรย์

ช่วยผลักดันดวงชะตาให้รอดพ้นจากทุกข์หนัก และช่วยบรรเทาให้ความทุกข์นั้นๆเบาบางลงได้

1. หมั่นดูแลเอาใจใส่พ่อแม่ ปู่ย่ าต า ย าย ที่อยู่ในบ้านให้ท่านมีความสุข พ่อแม่ คือพระประจำบ้าน อย่ าทำให้ท่านเดือดร้อนใจ หรือ

เป็นทุกข์ใจ เมื่อเรายังมีโอกาสทำดีทดแทนพระคุณท่านทั้งสองก็ควรทำและปฏิบัติ

ด้วยความกตัญญูกตเวทีอย่ าละเลยเพิกเฉยต่อเวลาและโอกาสที่มี เพราะเวลาของพ่อแม่นั้นสั้นลงไปทุกทีไม่เหมือนเรา

ที่ยังคงมีเวลาใช้ชีวิตอีกมากมาย ยอมสละเวลาแห่งความสุขของตนเองให้กับท่านทั้งสองบ้างอยู่กับท่าน

ชวนท่านทำกิจก ร ร มร่วมกันในวันหยุด หรือ อาจจะพาไปเที่ยวทำบุญตามวัดและสถานที่ต่างๆอย่ างที่ท่านทั้งสองเคย

ทำเคยปฏิบัติต่อเรามาแต่ครั้งอดีต คอยสอดส่องดูแลใส่ใจความเป็นอยู่ของท่านให้บริบรูณ์พูนสุขสม่ำเสมอ

เอาใจใส่ซื้อของมาฝากและเรียกพวกท่านให้มารับเอาของที่เราซื้อมาจะช่วยทำให้ท่านมีความสุขและรู้สึกว่าท่านยังคงมีความสำคัญ

ไม่เป็นภาระให้ลูกหลานรังเกียจย ามแก่ชรา เท่านี้ก็เป็นการทำบุญที่ดีที่สุดในชีวิตของมนุษย์เราค่ะ

2. ตักบาตรตอนเช้าก่อนที่จะไปทำงาน ด้วยการฝึกตื่นให้เช้าขึ้นอีกสักนิด

รู้จักการให้มากกว่าการรับ แล้วชีวิตของคุณจะมีความสุขมากยิ่งขึ้น

3. สวดมนต์ วันละ 1 บท สร้างสมาธิด้วยการสวดมนต์วันละแค่ 1 บท ให้พระธรรมช่วยขัดเกลาจิตใจที่ขุ่นมัวหย าบกระด้างให้มีความ

ละเอียดอ่อนใส่บริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น อาจเริ่มจากบทสวดมนต์ง่ายๆ อย่ างการแผ่เมตตา

หรืออิติปิโส แต่ถ้ามีเวลามากหน่อยก็สวดพระคาถาชินบัญชร 1 จบก็จะดีมากๆเลยค่ะ

4. ถวายน้ำเปล่า 1 แก้ว หรือ อาหารคาวหวาน หรือ จะเป็นดอกไม้พวงมาลัยก็ได้ ให้พระพุทธรูปที่บ้านอย่ างสม่ำเสมอ

พระพุทธรูปประจำบ้าน ถือเป็นสิ่งช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจที่ดีของคนในบ้าน เราจึงควรดูแลท่านให้ดี

5. ควรนั่งสมาธิให้ได้อย่ างน้อย 5 นาที โดยแบ่งเวลาสักแค่เพียงวันละ 5 นาที

อยู่กับตัวเองด้วยการนั่งสมาธิเสียบ้าง ไม่เรียกว่าเสียเวลาแถมได้บุญเพิ่มบารมีให้ตัวเองมากขึ้นไปอีก

6. งดเว้นไม่กินเนื้อสัตว์สัก 1 วันในสัปดาห์ ลองไม่เบียดเบียนสัตว์ดูบ้าง แบบนี้เราจะได้ทั้งบุญและสุขภาพที่ดีในเวลาเดียวกัน

7. พูดคุย หรือ สั่งสอนเรื่องธรรมะ แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องหลักธรรมซึ่งกันและกัน จะช่วยให้มีความรอบรู้มากขึ้น

8. ทำบุญกับพระสงฆ์ที่พบระหว่างการเดินทาง เช่น หากพบเจอพระสงฆ์ยืนรอรถอยู่ที่ป้ายรถเมล์ ก็สามารถบอกท่านได้ว่า เรามีจุด

ประสงค์ต้องการทำบุญ เนื่องจากไม่มีเวลาจะไปทำที่วัด จึงขอเสนอตัวขับรถไปส่งท่าน ณ

จุดมุ่งหมายปลายทาง หรือ อาจถวายเป็นปัจจัย, ผ้าไตร, ผ้าจีวร หากพบว่าท่านกำลังซื้ออยู่ หรือ มีร้านอยู่ใกล้ ๆบริเวณนั้น พอดี

9. หากทราบว่าใครเดือดร้อนเรื่องใด ๆ ก็ให้ช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ และเราก็จะต้องไม่เดือดร้อนทำตามกำลังความสามารถของ

เราที่เราพอทำได้และเราต้องไม่ลำบาก เช่น ช่วยคนแก่ให้ข้ามถนน,

ให้เงินคนที่ไม่มีเงินกินข้าวหรือเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เป็นต้น

10. เป็นผู้ปรึกษาให้คำแนะนำที่ดี กับผู้ที่มีความทุกข์ และเดินเข้ามาขอคำแนะนำจากเรา ซึ่งคำแนะนำของเราจะต้องไม่ทำให้คนอื่น

เดือดร้อนด้วย เช่น ยุยงส่งเสริมให้เกิดความแตกแยกในห มู่คณะ หรือปลุกปั่นทำให้ครอบครัวผู้อื่นเกิดความร้าวฉาน

11. ช่วยคนที่เขาเอาของมาขายกับเรา ตรงข้อนี้ยกเว้นลอตเตอร์รี่นะคะ เพราะหากเป็นลอตเตอรี่

เรามักจะหวังผลจากลอตเตอร์รี่ที่ซื้อไปว่าอาจจะถูกรางวัล ซึ่งการทำบุญตรงนี้เราจะต้องไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น

12. ดูแลสัตว์เลี้ยงที่บ้านเป็นอย่ างดี เช่น อาบน้ำ, ดูแลจานใส่อาหารให้สะอาด, ดูแลเรื่องความสะอาดเรียบร้อยของกรงหรือที่อยู่,

หมั่นพูดคุย, คอยสังเกตุว่าเขาชอบหรือรักอะไรก็ให้เขาไป เช่น ชอบนอนในถุง

หรือ ชอบนอนกับตุ๊กตา, วโรกาสพิเศษก็มอบของให้เขาด้วยเช่นกัน อย่ าคิดว่าเขาเป็นแค่สัตว์เลี้ยง

13. จาน ชาม กินเสร็จแล้วควรล้างขึ้นมาทันที หรือ ถ้าไม่มีเวลา อย่ างน้อยที่สุดก็ควรล้างเอาเศษอาหารออกให้หมดก่อนเพราะไม่

เช่นนั้น มดจะเดินมาขึ้นมาบนเศษอาหาร ทำให้เวลาล้างต้องราดน้ำไปที่มดทั้งหมด เพราะจะเป็นการฆ่ าสัตว์แบบไม่ได้ตั้งใจ

14. ถือศีล 5

ข้อที่ 1 ตั้งใจงดเว้นจากการฆ่ าสัตว์

ข้อที่ 2 ตั้งใจงดเว้นจากการลักข โ ม ย

ข้อที่ 3 ตั้งใจงดเว้นจากการประพฤติผิดในก า ม

ข้อที่ 4 ตั้งใจงดเว้นจากการพูดเท็จ พูดคำหย าบ คำส่อเสียด เพ้อเจ้อ

ข้อที่ 5 ตั้งใจงดเว้นจากดื่มสุ ร า

15. ให้อภัยในสิ่งที่ผู้อื่นได้กระทำต่อเรา เข่นการให้ร้ า ยนินทาเราไม่ว่าจะเรื่องใด ๆ ก็ตาม

การให้ทาน นั้น แม้เราจะให้มากถึง100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ “อภัยทาน”

แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม การให้อภัยทาน ก็คือการไม่ผูกโกรธ

ไม่ อ า ฆ า ต จ อ ง เ ว ร ไม่พย าบาทคิดร้ า ยผู้อื่นแม้แต่ศั ต รู ซึ่งได้บุญกุศลแรงและสูงมากในฝ่ายทาน

16. สิ่งของที่เราไม่ใช้แล้ว ก็มอบให้คนอื่นนำไปใช้ประโยชน์ เช่น เสื้อผ้า หนังสือ

ที่ไม่ใช้แล้ว ไม่มีค่าแล้วสำหรับเรา อาจมีค่าอย่ างยิ่งสำหรับคนอื่น ลองแบ่งปันให้พวกเขาดูบ้าง

และนี่ก็คือวิธีที่ท่านผู้ชมทุกคนสามารถ ยึดเป็นต้นแบบเอาไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้โดยง่าย

ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนเมื่อไหร่เราก็สามารถทำบุญได้ทุกเมื่อทุกเวลาที่สะดวก

โดยไม่จำเป็นว่าเราจะต้องไปทำบุญที่วัดเสมอ แต่อย่ างไรก็ตามการทำบุญ ทำกุศลนั้น ต้องมาจากความตั้งใจและไม่ทำให้ตัวเอง

หรือใครได้รับความเดือดร้อน จึงจะได้บุญกุศลอย่ างแท้จริง หรือ

ได้สำเร็จเป็นผลแห่งบุญกุศลที่บริสุทธิ์ปราศจากสิ่งใดเจือปนอย่ างแท้จริงค่ะ

ที่มา : horo.gangbeauty

Load More Related Articles
Load More By fah
Load More In ข้อคิด

Check Also

คนที่ใจเย็น คือคนที่ใจเย็น

1.ตื่นอย่ างมีสติ แทนที่จะตื่นมาแล้วเช็คข่าวสารจากโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งแรกของวัน ให้เวลาตั…